
รวมถาม-ตอบ กฎหมายเกี่ยวกับการแจ้งเกิด และสัญชาติไทย
- ดาวพุธ
- 7 views

กฎหมายเกี่ยวกับการแจ้งเกิด และสัญชาติไทย ถูกควบคุมโดยใช้พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร และพระราชบัญญัติสัญชาติ เพื่อกำหนดคุณสมบัติ และคัดกรอง อย่างถี่ถ้วน เพื่อให้สัญชาติไทย แก่เด็กที่เกิดในเมืองไทย โดยบิดา-มารดา ถือสัญชาติไทย และการให้สัญชาติ ในภายหลังการเกิดตามหลักดินแดน
การจะได้สัญชาติไทย อย่างถูกกฎหมาย ถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่กลุ่มคน ที่ได้สัญชาติตามสายโลหิต โดยมีบิดาหรือมารดา ถือสัญชาติไทย หรือบิดาและมารดาถือสัญชาติไทย ส่วนอีกรูปแบบหนึ่ง คือ การได้สัญชาติตามหลักดินแดน (2 สิงหาคม 2019) [1] ซึ่งกฎหมายนี้ มีช่องโหว่ทำให้เกิด การสวมสัญชาติอยู่บ่อยครั้ง
การได้รับสัญชาติตามหลักดินแดน คือ เด็กที่เกิดในไทย โดยมีบิดา-มารดาเป็นบุคคลต่างด้าว ที่เข้ามาอาศัย อยู่ในเมืองไทย เช่น การได้สัญชาติ ตามมาตรา 23 ซึ่งจะต้องเกิด ก่อนวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2535 หรือบุคคล ที่เกิดในไทยระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2535 ถึง 27 กุมภาพันธ์ 2551 โดยมีมารดา หรือบิดาเกิดในประเทศไทย (29 พฤศจิกายน 2022) [2]

การให้สัญชาติ ตามหลักดินแดนทำได้ โดยมีกฎหมายรองรับ 4 มาตรา ช่วยให้กลุ่มคน ที่เกิดในเมืองไทยได้รับสัญชาติง่ายขึ้น ซึ่งประกอบด้วยมาตรา 7 (2), มาตรา 7 ทวิ วรรคสอง, มาตรา 11 วรรคสอง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 และมาตรา 23 (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 (29 พฤศจิกายน 2022) [2]
การให้สัญชาติ ในปัจจุบันมีความเข้มงวด แต่ยังมีช่องโหว่ ที่ทำให้คนต่างด้าว แทรกแซงเข้ามา สวมสัญชาติไทยได้ เนื่องจากมีข้าราชการบางกลุ่มทุจริต ในการทำหน้าที่ ช่วยเหลือบุคคลอื่น เพื่อแลกกับ ผลประโยชน์ส่วนตัว โดยเฉพาะพื้นที่ ที่อยู่ใกล้บริเวณชายแดน
เด็กเกิดในไทยทุกคน ได้สัญชาติไทยไหม ไม่ใช่เด็ก ที่เกิดในเมืองไทยทุกคน จะได้สัญชาติไทย แต่ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา ในการเกิด คุณสมบัติที่ตรง ตามหลักการขอรับสัญชาติ ซึ่งกฎหมาย เกี่ยวกับการขอสัญชาติ จะเอื้อต่อบุตรของบุคคล ที่เข้ามาอาศัย อยู่ในเมืองไทย เป็นเวลานาน และไม่เคยถือสัญชาติอื่นมาก่อน
กฎหมายเกี่ยวกับ การขอสัญชาติ ถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท แน่นอนว่า บุตรของบุคคล ที่ถือสัญชาติไทย ย่อมมีสิทธิ์ ได้สัญชาติไทยอยู่แล้ว ส่วนการให้สัญชาติ ที่ต้องพิสูจน์ คือ การให้สัญชาติ ตามหลักดินแดน โดยมีเงื่อนไข เกี่ยวกับบิดา-มารดา เข้ามาเกี่ยวข้อง

