
รวมถาม-ตอบ การดูแล สุนัขชิโกกุ
- ดาวพุธ
- 13 views

การดูแล สุนัขชิโกกุ เริ่มต้นจากการให้ความสำคัญ ต่อสุขภาพกายและจิตใจของสุนัข เช่น การดูแลขน หู ส่วนสุขภาพภายใน จำเป็นต้องพึ่งพาสัตวแพทย์ เพื่อลดความเสี่ยง ในการเกิดโรคประจำตัว จากการใช้ชีวิต และโรคทางพันธุกรรม
การดูแลสุนัขชิโกกุ เริ่มต้นจาก การดูแลสุขภาพภายนอก ต่อด้วยการตรวจสุขภาพ แม้ว่ามันจะมีสุขภาพ ที่แข็งแรง แต่ก็มีความเสี่ยง ที่จะป่วยเป็นโรคภาวะข้อสะโพกผิดรูป หรือโรคลมชัก ที่มักจะมีอาการ ประมาณ 1-2 นาที โดยอาการที่พบ เช่น การหมดสติ ควบคุมกล้ามเนื้อไม่ได้ การถ่ายอุจจาระ และการปัสสาวะ ซึ่งปกติมันมีอายุเฉลี่ย อยู่ที่ 10-12 ปี (24 กุมภาพันธ์ 2025) [1]
ควรดูแลด้านโภชนาการของชิโกกุ โดยเริ่มต้น จากการให้อาหาร ที่มีคุณภาพสูง ด้วยปริมาณที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยง การเกิดโรคอ้วน หรือภาวะน้ำหนักเกิน ที่ส่งผลกระทบ ไปยังการทำงานของข้อต่อ ที่มักจะก่อให้เกิด โรคข้อเข่าเสื่อม โรคข้ออักเสบ และโรคข้อสะโพกเสื่อม (12 มิถุนายน 2025) [2]
ชิโกกุควรได้รับการดูแลขน ด้วยการแปรงขน และหวีขนเป็นประจำ เพื่อลดการผลัดขน ซึ่งความถี่ ในการผลัดขน อยู่ในระดับปานกลาง การแปรงขน ประมาณสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จึงเพียงพอ แม้ว่าจะมีขน 2 ชั้น ก็ดูแลได้ง่าย เพราะเป็นขนที่สั้น (12 มิถุนายน 2025) [2] ซึ่งต่างจาก สุนัขพันธุ์ชาร์ ที่ดูแลขนยากกว่า

สุนัขชิโกกุ ควรได้รับการฝึกอบรม ด้วยการใช้เทคนิคเชิงบวก เช่น การให้รางวัล เมื่อมันสามารถปฏิบัติ ตามคำสั่งได้ โดยปกติชิโกกุ เป็นสายพันธุ์ที่ฉลาด เรียนรู้เร็ว เชื่อฟังเจ้าของ แต่ค่อนข้างมีความดื้อรั้น ด้วยสัญชาตญาณของการเป็นนักล่า จึงต้องใช้ความอดทน ในการฝึกฝน
ชิโกกุควรได้รับ การออกกำลังกาย เป็นประจำ เพื่อให้เพียงพอ ต่อความต้องการของร่างกาย ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง จึงจำเป็นต้องแบ่งเวลาให้สุนัขในส่วนนี้ ซึ่งเหมาะกับผู้ที่มีเวลาให้สุนัข ส่วนกิจกรรมที่ค่อนข้างเหมาะกับชิโกกุ เช่น การเดินเล่น การวิ่งเล่น การปีนเขา และการเล่นลูกบอล เป็นต้น
ควรดูแลช่องหูให้ชิโกกุ แม้ว่ามันจะเป็นสุนัข ที่มีหูตั้ง แต่ก็มีความเสี่ยง ที่จะมีเชื้อโรค หรือสิ่งสกปรก เข้าไปสะสมบริเวณใบหู จากการใช้ชีวิต ตามพื้นที่สาธารณะ การเช็ดทำความสะอาดหู ให้สุนัขเป็นประจำ จึงช่วยป้องกัน โรคบางโรคได้ ในระดับหนึ่ง
การดูแลสุนัขชิโกกุ เริ่มต้นจาก การให้อาหารที่ดี ดูแลขน ช่องหู รวมถึงร่างกายภายนอก อย่างเหมาะสม ต่อด้วยการตรวจสุขภาพภายใน ที่ส่งผลต่ออายุขัยของสุนัข ซึ่งการให้ความสำคัญ กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่มีความผิดปกติ จะช่วยให้สุนัข มีอายุที่ยืนยาวขึ้น เมื่อถูกรักษาทันเวลา

