
รวมถาม-ตอบเกี่ยวกับ การดูแล สุนัขเยอรมัน
- ดาวพุธ
- 29 views

การดูแล สุนัขเยอรมัน เริ่มต้นจากการใส่ใจด้านอาหาร การให้ความสำคัญกับการออกกำลังกาย รวมถึงการดูแลสุขภาพภายใน เพื่อป้องกันความเสี่ยง ที่จะป่วยด้วยโรคทางพันธุกรรม และช่วยให้รักษาได้ทัน หากตรวจสุขภาพให้มันอย่างสม่ำเสมอ
สุนัขเยอรมัน (Lapponian Herder) มีขนเรียบสั้นคล้ายกับ สุนัขกรีก แฮร์ฮาวด์ ซึ่งนิยมในประเทศเยอรมนี โดยถูกเพาะพันธุ์ขึ้นมา เพื่อการล่าสัตว์ ปกติมันต้องการออกกำลังกายสูง และมีนิสัยที่ชอบอยู่กับมนุษย์ เพราะฉะนั้น จึงเกิดความวิตกกังวลได้ง่าย เมื่อถูกปล่อยทิ้งไว้ตามลำพัง
ควรดูแลขนให้สุนัขเยอรมัน ด้วยการแปรงขนเป็นประจำ เพื่อกำจัดสิ่งสกปรก และขนที่หลุดร่วง รวมถึงการอาบน้ำให้สุนัข เมื่อมันเล่นจนเปื้อน นอกจากนี้ อาจจะต้องคอยเช็ด และทำความสะอาดใบหูเป็นประจำ เพื่อป้องกันการสะสม ของความชื้นและแบคทีเรีย
สุนัขเยอรมันควรได้รับการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อเฝ้าระวังโรคทางพันธุกรรม ซึ่งสุนัขที่ถูกใส่ใจจากเจ้าของ ด้วยการสังเกตความเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมทั่วไป หรือการแสดงอารมณ์ จะช่วยให้พบความผิดปกติเร็ว และรักษาสุนัขได้ทัน ก่อนที่จะมีอาการป่วยร้ายแรง

สุนัขเยอรมันควรเลี้ยง ในพื้นที่กว้าง และจะดีกว่านี้ หากมีรั้วกั้นพื้นที่จากด้านนอก เพื่อป้องกันการรบกวนเพื่อนบ้าน และสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้สุนัข ช่วยให้มันวิ่งเล่น ได้อย่างอิสระ ซึ่งผู้เลี้ยงควรระวัง การปล่อยให้สุนัขเกิดความเครียด เพราะมันจะเห่าเสียงดัง ทำให้รบกวนเพื่อนบ้านได้
สุนัขเยอรมันจำเป็นต้อง ได้รับการตัดเล็บ เมื่อเล็บเริ่มยาวขึ้น หากสุนัขไม่ได้วิ่งบนพื้นแข็งบ่อย จนเล็บสึกเองตามธรรมชาติ เพราะเล็บที่ยาวไป จะดันอุ้งเท้าจนทรงตัวลำบาก ซึ่งเสี่ยงต่อการอักเสบ บาดเจ็บ และอาจจะทำให้เล็บฉีก ในขณะวิ่งเล่นได้ เพราะฉะนั้น ควรตัดเล็บสุนัข ให้อยู่ในระดับที่พอดี
ควรให้อาหารสุนัขเยอรมันประมาณ 2 ถ้วยต่อวัน โดยค่าใช้จ่ายส่วนนี้ จะอยู่ที่ 34 ถึง 40 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ 1 เดือน หรือเฉลี่ยประมาณวันละ 1.20 ถึง 1.40 ดอลลาร์สหรัฐ โดยสังเกตการเจริญเติบโตของสุนัขได้ จากน้ำหนักประมาณ 13.5 ปอนด์ ในช่วง 6 เดือน และเพิ่มขึ้นเป็น 36 ปอนด์ ในช่วง 18 เดือน (2018-04-06) [1]
สุนัขเยอรมันพบปัญหาสุขภาพ เช่น ต้อหิน ต้อกระจก ภาวะจอประสาทตาเสื่อม โรคข้อสะโพกเสื่อม และภาวะท้องอืด นอกจากนี้ มันยังไวต่อยาสลบ (2017-05-31) [2] ซึ่งต้องระวัง หากมีอุบัติเหตุหรืออาการป่วยที่ร้ายแรง ถึงขั้นต้องได้รับการผ่าตัด
สุนัขเยอรมันออกลูกครอกละ 4 ถึง 8 ตัว ซึ่งมันเจริญเติบโต ค่อนข้างรวดเร็ว เมื่อได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ซึ่งสุนัขสายพันธุ์นี้ ยังไม่ได้รับการรับรองจาก AKC ในปัจจุบัน แต่ถูกจัดให้อยู่ในประเภทสุนัขล่าเหยื่อด้วยกลิ่น โดย FCI และ UKC (2017-05-31) [2]
การดูแลสุนัขเยอรมัน เริ่มต้นจากการให้อาหาร ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ในปริมาณที่เหมาะสม พร้อมทั้งการตรวจสุขภาพให้มันสม่ำเสมอ เพื่อรู้เท่าทันอาการเจ็บป่วย นอกจากนี้ การดูแลร่างกายภายนอก ยังเป็นส่วนหนึ่ง ที่มีความสำคัญต่อสุขภาพ

