
การฟอกเงิน ทำได้กี่วิธี รู้ทันรูปแบบการกลโกง ที่พบบ่อย
- Pink Panther
- 5 views

การฟอกเงิน ทำได้กี่วิธี ไม่มีคำตอบที่ตายตัว เพราะสามารถปรับเปลี่ยนวิธีได้ตลอดเวลา เนื่องจาก การฟอกเงิน เป็นกระบวนการที่อาชญากร ใช้เปลี่ยนเงินที่ได้มาอย่างผิดกฎหมาย ให้ดูเหมือนถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งปัจจุบัน มีรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น ตามระบบการเงินที่พัฒนาไป
การฟอกเงิน ถือเป็นปัญหาระดับโลก ซึ่งเกิดจากการนำเงิน ที่ได้มาอย่างผิดกฎหมาย เช่น ยาเสพติด การฉ้อโกง หรือการพนัน มาทำให้ดูเหมือนเป็นรายได้ที่ถูกต้อง ผ่านกระบวนการต่างๆ เพื่อล้างที่มาของเงิน ก่อนจะถูกนำไปใช้จ่าย ลงทุน หรือหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจต่อไป
การฟอกเงิน คือ กระบวนการที่ทำให้เงิน หรือทรัพย์สิน ที่ได้มาอย่างผิดกฎหมาย ถูกเปลี่ยนสภาพให้ดูเหมือนเป็นเงิน ที่ได้มาอย่างถูกต้อง โดยอาศัยวิธีการต่างๆ เพื่อปกปิดแหล่งที่มาที่แท้จริง โดยกระบวนการนี้ มักเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมหลายขั้นตอน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบ
โดยปกติ จะทำผ่านองค์กรบังหน้า เนื่องจากอาชญากรรมทางการเงิน มีความซับซ้อนมากขึ้น ทำให้การฟอกเงิน กลายเป็นประเด็นถกเถียงทางการเมือง เศรษฐกิจ และกฎหมายที่สำคัญ ซึ่งประเทศส่วนใหญ่ ได้ดำเนินมาตรการต่อต้านการฟอกเงินบางอย่าง เพื่อเป็นแนวปฏิบัติของสถาบันตนเอง
กฎหมาย
ที่มา: Money laundering (22 เมษายน 2026) [1]
วิธีการฟอกเงิน สามารถจำแนกได้ออกเป็นหลายรูปแบบ ในปี 2026 เช่น การแบ่งเงินเป็นก้อนเล็ก การโอนเงินหลายทอด รวมถึง การใช้ช่องทางออนไลน์ และคริปโต เพื่อเพิ่มความซับซ้อนในการติดตาม แม้วิธีจะแตกต่างกัน แต่เป้าหมายคือ ทำให้เงินผิดกฎหมายดูถูกต้อง และนำกลับมาใช้ได้
ซึ่งอีกหนึ่งวิธีที่พบบ่อย คือ การใช้ธุรกิจบังหน้า เช่น ร้านอาหาร ร้านนวด หรือบริษัทต่างๆ เพื่อแสดงรายได้ที่สูงเกินจริง โดยผสมเงินผิดกฎหมาย เข้าไปกับรายได้ปกติ ที่มักใช้เงินสดจำนวนมาก ทำให้ตรวจสอบได้ยาก และสามารถสร้างภาพลักษณ์ ว่ามีรายได้จากการดำเนินงานจริง
รูปแบบ
ที่มา: ‘15 รูปแบบ’ การฟอกเงินสีเทา เปลี่ยนเป็นสีขาวได้ฉับพลัน (21 กุมภาพันธ์ 2023) [2]

ปัจจุบัน คดีฟอกเงินมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ รูปแบบที่เกี่ยวข้องกับช่องทางออนไลน์ และธุรกรรมข้ามประเทศ เนื่องจาก เทคโนโลยีทำให้การโอนเงิน ทำได้รวดเร็ว และซับซ้อนมากขึ้น ผู้กระทำผิดจึงสามารถใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบได้ง่ายกว่าในอดีต
จากการศึกษาข้อมูล ที่เผยแพร่โดย Nasdaq Verafin แพลตฟอร์มบริหารจัดการอาชญากรรมทางการเงิน ระหว่างปี 2023-2025 พบว่า อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี ของการไหลเวียนทางการเงิน ที่ผิดกฎหมายทั่วโลก อยู่ที่ประมาณ 19.2% โดยมีมูลค่าสูงถึง 4.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2025
โดยการศึกษาข้อมูลเชิงสถิตินี้ จะครอบคลุมกิจกรรม ทางอาชญากรรมทุกประเภท รวมถึง การทุจริต การฟอกเงิน การหลีกเลี่ยงภาษี การค้ามนุษย์ การหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร การเคลื่อนย้ายเงินที่ได้มาจากการฉ้อโกง และความผิดพื้นฐานอื่นๆ ที่สามารถคาดการณ์ตัวเลข ในปี 2025 ได้ ดังนี้
ที่มา: Dollar value of financial crime is soaring by almost 20% per year (6 เมษายน 2026) [3]
การฟอกเงิน เป็นความผิดทางอาญา ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5 โดยบัญญัติความผิดฐานฟอกเงินไว้ ได้แก่ การกระทำที่เป็นการโอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สิน ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด เพื่อปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น
กรณีศึกษา หากคดีนี้เป็นการดำเนินคดี กับผู้ต้องหาสามคน ในความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งมีความผิดมูลฐานเป็นคดีความผิดตามกฎหมาย ว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน จำเลยทั้งสามจะถูกลงโทษ โดยปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 700,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 และ 3 คนละ 6 ปี เป็นต้น
คลิกเพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่ dsi
สรุป การฟอกเงิน ทำได้กี่วิธี ไม่มีจำนวนที่แน่นอน เพราะสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ตลอด ตามเทคโนโลยี และช่องโหว่ของระบบ โดยหลักๆ จะถูกแบ่งเป็นรูปแบบ มากกว่าจำนวน เช่น ผ่านธุรกิจบังหน้า ระบบการเงิน แพลตฟอร์มออนไลน์ หรือสินทรัพย์ดิจิทัล เป็นต้น
ธุรกิจที่ดูเงียบ ไม่มีลูกค้า หรือมีลูกค้าน้อยมาก แต่กลับมีรายได้สูงผิดปกติ คือสิ่งผิดปกติหลัก ที่สามารถสังเกตได้ง่ายๆ รวมถึง การใช้เงินสดเป็นหลัก มีโครงสร้างธุรกิจซับซ้อน เปลี่ยนเจ้าของบ่อย ราคาสินค้าหรือบริการผิดปกติ หรือแม้แต่การใช้บุคคลอื่น ถือบัญชีหรือทรัพย์สิน เป็นต้น
การฟอกเงิน เป็นความผิดร้ายแรง เพราะเป็นการทำให้เงินจากอาชญากรรม ดูถูกกฎหมาย โดยกฎหมายจะกำหนดโทษ ทั้งจำคุก ปรับ และยึดทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีความเข้มงวดในหลายประเทศ แม้ไม่ได้ฟอกเงินเอง แต่การช่วยรับโอน เปิดบัญชี หรือปกปิดข้อมูล ก็อาจมีความผิดได้

