
ทำไมบางประเทศ เริ่มควบคุมโฆษณาพนัน สื่อไม่ใช่บ่อน
- Harry P
- 12 views

ทำไมบางประเทศ เริ่มควบคุมโฆษณาพนัน เหตุผลแรกคือโฆษณา มีอิทธิพลมากกว่าการบอกว่ามีบริการอะไรอยู่บ้าง เมื่อโฆษณาปรากฏซ้ำๆ ในรายการกีฬา สนามแข่งขัน หรือสื่อออนไลน์ มันทำให้การพนัน ดูเหมือนเป็นเรื่องปกติของการดูเกม ดูแข่ง หรือเสพความบันเทิง ทั้งที่ตัวกิจกรรมมีความเสี่ยงด้านการเงิน การเสพติด และผลกระทบต่อครอบครัว
โดยเฉพาะในกีฬา ความเชื่อมโยงระหว่างการแข่งขัน กับการแทงพนันเกิดขึ้นง่ายมาก เพราะกีฬาเต็มไปด้วยผลแพ้ชนะ สถิติ อัตราต่อรอง และความตื่นเต้นแบบเรียลไทม์ เมื่อโฆษณาพนันเข้าไปอยู่ในจังหวะเหล่านี้ ผู้ชมบางส่วนอาจไม่ได้มองการพนัน เป็นเรื่องแยกจากกีฬาอีกต่อไป
แต่เริ่มรู้สึกว่าการเดิมพัน เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การชมกีฬา สอดคล้องกับรายงานของ AIFS ที่พบว่า 69% ของชาวออสเตรเลีย มองว่าโฆษณาพนันทำให้การเดิมพัน ดูเหมือนเป็นเรื่องปกติของกีฬา (27 มีนาคม 2023) [1] นี่คือจุดที่รัฐหลายประเทศเริ่มกังวล เพราะโฆษณาไม่ได้กระทบแค่ผู้ใหญ่
ที่ตั้งใจจะเล่นพนัน แต่ยังไปถึงผู้ชมวงกว้าง รวมถึงเด็กที่ยังไม่มีวุฒิภาวะพอ ที่จะเข้าใจความเสี่ยง การเห็นโฆษณาพนันซ้ำๆ อาจไม่ได้ทำให้เด็กเล่นพนันทันที แต่สามารถสร้างความคุ้นชิน ทำให้การพนันดูเป็นเรื่องธรรมดา และลดระยะห่างทางความคิดระหว่าง “การดูเกม” กับ “การเสี่ยงเงิน”
ในยุโรป หลายประเทศใช้แนวทางที่ต่างกันชัดเจน บางประเทศอนุญาตให้โฆษณาพนันได้ หากผู้ประกอบการได้รับใบอนุญาตจากรัฐ บางประเทศห้ามโฆษณาเฉพาะบางช่องทาง เช่น โทรทัศน์ วิทยุ หรืออินเทอร์เน็ต ขณะที่บางประเทศเดินไปไกลกว่า ด้วยการห้ามโฆษณาการพนันเกือบทั้งหมด เพื่อไม่ให้การพนัน ปรากฏในพื้นที่สาธารณะมากเกินไป
ประเทศอย่างอิตาลี และเบลเยียมสะท้อนแนวโน้ม ที่เข้มงวดกว่าเดิมอย่างชัดเจน อิตาลีใช้ Dignity Decree ปี 2018 วางข้อห้ามเข้มงวดต่อโฆษณา และสปอนเซอร์ที่เกี่ยวกับการพนัน โดยเฉพาะในวงการกีฬาอาชีพ ที่เคยพึ่งพารายได้จากบริษัทพนันจำนวนมาก (12 มีนาคม 2025) [2]
ขณะเดียวกัน อิตาลียังถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศ ที่มีลักษณะ near-total ban ต่อการโฆษณาพนัน ครอบคลุมการสื่อสารเชิงโปรโมตหลายรูปแบบ ทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ ส่วนเบลเยียมก็เดินหน้าเข้มงวดขึ้นเช่นกัน โดยมี Royal Decree ว่าด้วยกฎการโฆษณาเกมเสี่ยงโชค ภายใต้การกำกับของหน่วยงานรัฐ และมีรายงานว่า ผู้ให้บริการพนันออนไลน์ในเบลเยียม ถูกห้ามโฆษณาในแทบทุกแพลตฟอร์ม
ยกเว้นบางกรณี เช่น เว็บไซต์ของตนเอง จุดขาย และ search engines ภายใต้เงื่อนไข รวมถึงมีการแบน sports sponsorship ตั้งแต่ต้นปี 2025 แนวทางเหล่านี้สะท้อนว่า หลายประเทศไม่ได้มองการพนัน เป็นเพียงธุรกิจบันเทิง แต่เป็นกิจกรรมที่ต้องจำกัดการมองเห็น โดยเฉพาะเมื่อโฆษณา สามารถเข้าถึงกลุ่มเปราะบางได้ง่ายขึ้น

สหราชอาณาจักรเป็นตัวอย่างของประเทศ ที่ไม่ได้ห้ามโฆษณาการพนันทั้งหมด แต่ใช้ระบบใบอนุญาต และกฎโฆษณาเป็นเครื่องมือควบคุม โดย UK Gambling Commission ระบุว่า การโฆษณาผลิตภัณฑ์ และบริการการพนัน ต้องทำอย่างรับผิดชอบต่อสังคม
และต้องปฏิบัติตาม UK Advertising Codes ที่ออกโดย CAP และดูแลโดย ASA นอกจากนี้ ในกรณีสปอนเซอร์กีฬา หน่วยงานยังระบุว่าองค์กรกีฬาที่ทำข้อตกลงกับแบรนด์พนันต้องระวังเป็นพิเศษ หากเกี่ยวข้องกับแบรนด์ที่ไม่มีใบอนุญาต โดยต้องทำให้กิจกรรมพนันออนไลน์ของแบรนด์นั้น ไม่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคใน Great Britain ได้ (18 กุมภาพันธ์ 2025) [3]
ดังนั้น บริษัทรับพนันที่มีใบอนุญาตถูกต้อง จึงยังสามารถดำเนินกิจการ โฆษณา หรือเป็นผู้สนับสนุนกีฬาได้ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด สิ่งที่รัฐควบคุมไม่ใช่การมีอยู่ของธุรกิจพนันทั้งหมด แต่คือวิธีที่ธุรกิจนั้นสื่อสารกับสาธารณะ โดยเฉพาะการห้ามโฆษณา ที่อาจกระตุ้นพฤติกรรมพนันโดยไม่รับผิดชอบ หรือสร้างความเสียหายทางการเงิน สังคม และอารมณ์แก่ผู้บริโภค
หากดูจากหลายประเทศที่เริ่มคุมเข้ม จะเห็นว่าประเด็นเด็ก และเยาวชน แทบจะเป็นเหตุผลหลักเสมอ เพราะเด็กไม่ได้แยกแยะโฆษณาแบบเดียวกับผู้ใหญ่ และอาจไม่เข้าใจว่าข้อความบางอย่าง เช่น โบนัส อัตราต่อรอง หรือโอกาสชนะ เป็นส่วนหนึ่งของการตลาด ที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วม
ออสเตรเลียเริ่มจำกัดช่วงเวลาที่เด็กมีโอกาสเห็นโฆษณา
ในออสเตรเลีย มาตรการใหม่ที่เตรียมใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2027 สะท้อนเรื่องนี้ชัดเจน เพราะรัฐไม่ได้จำกัดแค่ตัวเว็บพนัน แต่ขยายไปถึงเวลา และพื้นที่ที่เด็กมีโอกาสเห็นโฆษณา เช่น จำกัดโฆษณาทางทีวีช่วง 06.00-20.30 น. ไม่เกิน 3 ครั้งต่อชั่วโมง ห้ามออกอากาศระหว่างกีฬาสดในช่วงเวลาดังกล่าว และห้ามโฆษณาทางวิทยุ ในช่วงรับส่งนักเรียน
โลกออนไลน์ต้องใช้การยืนยันอายุ และสิทธิ์ปฏิเสธโฆษณา
นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดบนโลกออนไลน์ เช่น ให้โฆษณาพนันแสดงเฉพาะกับผู้ที่ล็อกอิน ยืนยันว่าอายุเกิน 18 ปี และต้องมีทางเลือก ให้ปฏิเสธการรับโฆษณาได้ แนวคิดนี้แสดงให้เห็นว่า รัฐไม่ได้ต้องการห้ามผู้ใหญ่ทุกคน ไม่ให้เห็นโฆษณา แต่ต้องการลดโอกาสที่เด็ก จะถูกโฆษณาพนันตามไปเจอ ในพื้นที่ทั่วไปของชีวิตประจำวัน
กรณีออสเตรเลียน่าสนใจ เพราะประเทศนี้ถูกวิจารณ์มายาวนาน เรื่องการเปิดพื้นที่ให้โฆษณาพนัน โดยเฉพาะในกีฬา และสื่อกระแสหลัก ขณะเดียวกันก็ยังถูกพูดถึงว่าเป็นหนึ่งในประเทศ ที่มีการสูญเสียเงิน จากการพนันต่อหัวสูงที่สุดในโลก ทำให้แรงกดดันจากภาคประชาชน นักวิชาการ และกลุ่มสาธารณสุขเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ห้ามคนดัง นักกีฬา และโลโก้พนันในพื้นที่กีฬา
มาตรการของออสเตรเลีย ไม่ได้หยุดแค่การจำกัดจำนวนโฆษณา แต่ยังห้ามใช้คนดัง และนักกีฬาในโฆษณาพนัน ห้ามติดโลโก้เว็บไซต์ หรือแอปพนันในสนามกีฬา รวมถึงบนเสื้อผ้าของนักกีฬา และเจ้าหน้าที่สนาม เหตุผลสำคัญคือคนดัง และนักกีฬา มีผลต่อความเชื่อใจของผู้ชม หากบุคคลที่แฟนกีฬาชื่นชอบ ปรากฏในโฆษณา การพนันอาจดูน่าเชื่อถือ และน่าเข้าใกล้กว่าความเป็นจริง
ฝ่ายสาธารณสุขมองว่ายังไม่พอ ฝ่ายธุรกิจกลัวกระทบรายได้
แต่ถึงอย่างนั้น มาตรการนี้ยังถูกวิจารณ์ว่าไม่เพียงพอ เพราะกลุ่มสาธารณสุข และนักเคลื่อนไหวบางส่วน ต้องการให้แบนโฆษณาพนันแบบเบ็ดเสร็จ พวกเขามองว่าการอนุญาตให้โฆษณาได้บางช่วงเวลา หรือบางช่องทาง ยังเปิดช่องให้การพนันถูกโปรโมตต่อไป ส่วนฝ่ายธุรกิจกลับมองว่ากฎที่เข้มเกินไป อาจกระทบสื่อ กีฬา การจ้างงาน และอาจดันผู้เล่น ไปหาเว็บพนันผิดกฎหมายจากต่างประเทศ
เหตุผลที่หลายประเทศ ไม่สามารถแบนโฆษณาพนันทั้งหมดได้ทันที เพราะการพนันไม่ได้เกี่ยวข้องแค่ผู้ประกอบการกับผู้เล่น แต่ยังผูกกับโครงสร้างรายได้ของกีฬา และสื่อจำนวนมาก สปอนเซอร์จากบริษัทรับพนัน ช่วยสนับสนุนการแข่งขัน รายการถ่ายทอดสด สโมสร ลีก และแพลตฟอร์มออกอากาศ การตัดรายได้ส่วนนี้ออกทันที จึงอาจสร้างแรงกระแทกต่อหลายอุตสาหกรรมพร้อมกัน
กรณีสหราชอาณาจักร และกีฬาสนุกเกอร์ สะท้อนประเด็นนี้ได้ดี แม้บางคนอาจเข้าใจว่าโฆษณาพนันถูกห้ามแล้ว แต่ความจริงคือยังไม่ได้ถูกห้ามทั้งหมด หากผู้ประกอบการมีใบอนุญาต และปฏิบัติตามกฎ ก็ยังสามารถสนับสนุนการแข่งขัน หรือปรากฏในบริบทกีฬาได้ สิ่งนี้ทำให้เกิดคำถามต่อว่า เส้นแบ่งระหว่าง “การสนับสนุนกีฬา” กับ “การโปรโมตพนัน” ควรอยู่ตรงไหน
นี่คือพื้นที่สีเทาที่หลายประเทศ กำลังพยายามจัดระเบียบ เพราะหากปล่อยเสรีเกินไป การพนันจะฝังตัวอยู่ในวัฒนธรรมกีฬา แต่หากห้ามเร็ว และแรงเกินไป ก็อาจกระทบรายได้ของกีฬา และสื่อ รัฐจึงมักเริ่มจากการจำกัดช่วงเวลา จำกัดตำแหน่งโฆษณา จำกัดบุคคลที่ใช้โปรโมต และลดการมองเห็นในพื้นที่ที่เด็กเข้าถึงง่ายก่อน

อีกเหตุผลที่ทำให้หลายประเทศ เริ่มควบคุมโฆษณาพนันเข้มขึ้น คือการพนันออนไลน์ ข้ามพรมแดนได้ง่ายกว่ายุคเดิม เว็บพนัน หรือคาสิโนออนไลน์บางแห่ง อาจถูกกฎหมายในประเทศที่ตั้งบริษัท แต่เมื่อทำคอนเทนต์ภาษาอื่น ยิงโฆษณา หรือเปิดให้ผู้ใช้งานจากประเทศที่ห้ามการพนันเข้าถึง ก็กลายเป็นปัญหาทางกฎหมายทันที
ญี่ปุ่นเริ่มคุมทั้งเว็บ รีวิว และโพสต์โซเชียล
ญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของแนวทางนี้ รัฐสภาญี่ปุ่นผ่านกฎหมาย เพื่อควบคุมการเข้าถึง และการส่งเสริมคาสิโนออนไลน์จากต่างประเทศ แม้บริการนั้นอาจถูกกฎหมายในประเทศต้นทาง แต่หากเข้าถึงผู้ใช้งานในญี่ปุ่น ก็ถือว่าเป็นปัญหา กฎหมายจึงไม่ได้มองแค่ตัวเว็บไซต์พนัน แต่รวมถึงการโฆษณา เว็บไซต์รีวิว โพสต์โซเชียลมีเดีย และคอนเทนต์ที่ช่วยชี้ทางไปยังบริการเหล่านั้น
ประเด็นนี้ทำให้การควบคุมโฆษณาพนันยุคใหม่ ซับซ้อนกว่าเดิมมาก เพราะโฆษณาไม่ได้อยู่ในรูปแบบแบนเนอร์ตรงๆเสมอไป แต่อาจมาในรูปแบบบทความรีวิว คลิปแนะนำ โพสต์เปรียบเทียบโบนัส หรือคอนเทนต์ที่ดูเหมือนข้อมูลทั่วไป แต่มีหน้าที่พาผู้ใช้ไปยังเว็บพนัน รัฐหลายประเทศจึงเริ่มให้ความสำคัญ กับการลบเนื้อหา การจำกัดการเข้าถึง และการจัดประเภทคอนเทนต์บางอย่าง ว่าเป็นข้อมูลผิดกฎหมาย
ทำไมบางประเทศ เริ่มควบคุมโฆษณาพนัน คำตอบจึงไม่ได้อยู่ที่การพนันถูกกฎหมาย หรือผิดกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่โฆษณาพนัน กำลังเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่กว้าง เกินกว่าผู้เล่นโดยตรง คำถามอย่าง โฆษณาพนัน มีข้อเสียอะไรบ้าง จึงเริ่มถูกหยิบมาพูดมากขึ้น เพราะรัฐจำนวนมากเริ่มเห็นว่า หากไม่กำกับ โฆษณาอาจทำให้การพนัน ดูเป็นเรื่องปกติในสายตาเด็ก และคนทั่วไป
แต่ในเวลาเดียวกัน การควบคุมก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการพนันเชื่อมกับรายได้ของกีฬา สื่อ แพลตฟอร์มออนไลน์ และธุรกิจบันเทิงหลายส่วน บางประเทศจึงเลือกใช้แนวทางค่อยเป็นค่อยไป เช่น จำกัดเวลา จำกัดช่องทาง ห้ามใช้คนดัง หรือให้โฆษณาเห็นได้เฉพาะผู้ใหญ่ ที่ยืนยันตัวตนแล้ว ขณะที่บางประเทศเลือกเดินหน้าเข้มกว่า ด้วยการห้ามโฆษณาหลายช่องทาง หรือควบคุมคอนเทนต์ออนไลน์ที่เกี่ยวข้อง
สุดท้าย ทำไมบางประเทศ เริ่มควบคุมโฆษณาพนัน ทิศทางที่เห็นร่วมกันคือ โลกกำลังขยับจากการปล่อยให้โฆษณาพนัน แข่งขันกันอย่างเสรี ไปสู่การตั้งคำถามว่าโฆษณาเหล่านี้ควรปรากฏที่ไหน ใครควรเห็น และควรพูดถึงการพนันในกรอบแบบใด เพราะเมื่อการพนันถูกทำให้ใกล้ตัวมากขึ้น การควบคุมโฆษณาจึงไม่ใช่แค่เรื่องของธุรกิจ แต่เป็นเรื่องของการลดความเสี่ยง ที่สังคมต้องแบกรับในระยะยาว

