
วิเคราะห์ ทีม NBA ที่อาจเปลี่ยนโฉมในซัมเมอร์ 2026
- Harry P
- 6 views

ทีม NBA ที่อาจเปลี่ยนโฉมในซัมเมอร์ 2026 มีทั้ง Milwaukee Bucks, Miami Heat, Boston Celtics, Chicago Bulls, Dallas Mavericks และ Washington Wizards แต่ละทีมไม่ได้กำลังเปลี่ยนเพียงรายชื่อผู้เล่น แต่เปลี่ยนทั้งซูเปอร์สตาร์ โค้ช ผู้บริหาร และทิศทางของแฟรนไชส์พร้อมกัน
หลังดราฟต์รอบแรกวันที่ 23 มิถุนายน 2026 ตามเวลาสหรัฐฯ ภาพเริ่มชัดว่าบางทีมไม่ได้เตรียมแค่เสริมตำแหน่งที่ขาด แต่พร้อมทิ้งแนวทางเดิมทั้งหมด เพื่อเริ่มต้นยุคใหม่

Bucks จะสร้างตัวตนใหม่ด้วยเกมที่กระจายบทบาทมากขึ้น หลังตกลงส่ง Giannis Antetokounmpo และ Bobby Portis ไป Heat แลกกับ Tyler Herro, Kel’el Ware, Jaime Jaquez Jr., Kasparas Jakučionis และสิทธิ์ดราฟต์หลายรายการ ปิดฉากตำนาน 13 ฤดูกาล (24 มิถุนายน 2026) [1]
Giannis ยังเฉลี่ย 27.6 แต้ม 9.8 รีบาวด์ และ 5.4 แอสซิสต์ แต่ลงเล่นเพียง 36 เกม ขณะที่ Bucks จบ 32-50 และหลุดเพลย์ออฟ Milwaukee Bucks จึงเลือกเปลี่ยนซูเปอร์สตาร์เป็นผู้เล่นหนุ่ม และทรัพยากรสำหรับสร้างทีมใหม่
Bucks ยังเปลี่ยนโค้ชจาก Doc Rivers เป็น Taylor Jenkins เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2026 ก่อนเลือก Brayden Burries อันดับ 10 และได้ Nate Ament จากสิทธิ์อันดับ 13 ที่มาจาก Heat เท่ากับว่าทีมเริ่มยุคใหม่ด้วยโค้ชสายพัฒนาผู้เล่น ดาวรุ่งสองคน และกลุ่มผู้เล่นที่ได้จากดีล Giannis พร้อมกัน
เพราะ Miami Heat ต้องเสียทั้ง Tyler Herro ดาวรุ่ง และสิทธิ์ดราฟต์หลายรายการ ทำให้ทีมยังขาดความลึก และมือชู้ตรอบตัวเขา แม้การจับคู่กับ Bam Adebayo จะยกระดับเกมรับ และการโจมตีวงในได้ทันที แต่ Heat ยังต้องเติมเพลย์เมกเกอร์ ตัวสำรอง และ spacing ให้สมบูรณ์ก่อนลุ้นแชมป์จริงจัง
ดีลนี้จึงไม่ใช่จุดจบของการสร้างทีม แต่เป็นจุดเริ่มต้นของงานยากกว่าเดิม Miami Heat ไม่ได้เทรด Giannis มาเพื่อรอสร้างทีมระยะยาว แต่ต้องเร่งเติมมือชู้ต เพลย์เมกเกอร์ และตัวสำรอง เพื่อยกระดับตัวเองขึ้นเป็นหนึ่งใน ทีมลุ้นแชมป์ NBA ฤดูกาล 2026-27 อย่างเต็มตัว
Celtics เสียความเชื่อมั่นภายในทีม มากกว่าสินทรัพย์ เพราะทีมยังไม่ได้เสียผู้เล่นในดีล แต่เสียความแน่นอนภายในทีม แม้ดีล Giannis ไม่เกิดขึ้น แต่ Jaylen Brown รับรู้แล้วว่าชื่อของเขาถูกใช้เป็นแกนเจรจา เรื่องนี้อาจกระทบความสัมพันธ์ และทำให้อนาคตของคู่ Brown-Tatum ถูกตั้งคำถามอีกครั้ง
Bulls เริ่มต้นใหม่จริง หรือจะกลับไปติดอยู่ตรงกลาง?
Chicago Bulls เริ่มต้นใหม่จริง แต่ยังเสี่ยงกลับไปติดอยู่ตรงกลาง หลังปลด Artūras Karnišovas และ Marc Eversley เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2026 จากนั้น Billy Donovan ลงจากตำแหน่ง และทีมแต่งตั้ง Bryson Graham คุมฝ่ายบาสเกตบอล ก่อนดึง Tiago Splitter มาเป็นโค้ชคนใหม่
นี่ไม่ใช่แค่การสลับชื่อผู้บริหาร Bulls จบฤดูกาลด้วยสถิติ 31-51 เสียเฉลี่ย 121.5 แต้มต่อเกม ซึ่งอยู่เพียงอันดับ 28 ของลีก ขณะที่ Splitter เพิ่งพา Portland จบ 42-40 และเข้ารอบเพลย์ออฟ จุดเริ่มต้นของเขาจึงน่าจะอยู่ที่การปรับวัฒนธรรมเกมรับและความรับผิดชอบของผู้เล่น (19 มิถุนายน 2026) [2]

ใช่ Dallas Mavericks กำลังเปลี่ยนทุกอย่างเพื่อเริ่มยุค Cooper Flagg อย่างชัดเจน หลังจบฤดูกาล 2025-26 ด้วยสถิติ 26-56 ทีมแยกทางกับ Jason Kidd เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม และแต่งตั้ง Dusty May อดีตโค้ช Michigan ที่เพิ่งพาทีมคว้าแชมป์ NCAA มาคุมทิศทางใหม่ (24 มิถุนายน 2026) [3]
จากนั้น Mavericks เลือก Morez Johnson Jr. อันดับ 9 ซึ่งเป็นลูกทีมเก่าของ May ที่ Michigan มาเล่นร่วมกับ Cooper Flagg การเลือกครั้งนี้บอกทิศทางชัดว่า Dallas Mavericks ต้องการทีมที่ใหญ่ แข็งแรง รีบาวด์ได้ และมีผู้เล่นเกมรับหลายตำแหน่ง
ใช่ Washington Wizards เริ่มเร่งแผนตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 ด้วยการคว้า Trae Young ก่อนเทรดหา Anthony Davis วันที่ 5 กุมภาพันธ์ แล้วได้ AJ Dybantsa ด้วยสิทธิ์อันดับ 1 ในดราฟต์วันที่ 23 มิถุนายน 2026 Dybantsa เฉลี่ย 25.5 แต้ม 6.8 รีบาวด์ และ 3.7 แอสซิสต์ในฤดูกาลเดียวกับ BYU
บนกระดาษ Washington Wizards มีเพลย์เมกเกอร์ระดับ All-Star ผู้เล่นวงในมากประสบการณ์ และดาวรุ่งที่อาจเป็นตัวทำแต้มหลักในอนาคต ปัญหาคือ Young กับ Davis ต้องการชนะตอนนี้ ขณะที่ Dybantsa และ Alex Sarr ยังต้องการเวลาเรียนรู้
สุดท้ายแล้ว ทีม NBA ที่อาจเปลี่ยนโฉมในซัมเมอร์นี้ ไม่ได้มีแค่ทีมที่กำลังเทรดผู้เล่นจำนวนมาก Milwaukee Bucks และ Miami Heat เปลี่ยนเพราะดีลซูเปอร์สตาร์ ส่วน Bulls กับ Mavericks อาจเปลี่ยนลึกกว่า เพราะคนออกแบบทีม โค้ช และวิธีเล่นไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
ส่วนใหญ่ต้องใช้ 1-3 ฤดูกาล ขึ้นอยู่กับว่าทีมมีดาวรุ่งพร้อมใช้ พื้นที่เพดานเงิน และสิทธิ์ดราฟต์มากแค่ไหน หากเปลี่ยนหลายจุดพร้อมกัน ผลงานปีแรกอาจยังไม่ชัด
ทีมที่พยายามชนะทันที และพัฒนาดาวรุ่งพร้อมกัน โดยไม่มีแผนชัดเจนเสี่ยงที่สุด เพราะอาจไม่ดีพอลุ้นแชมป์ และไม่แย่พอได้ดราฟต์อันดับสูง จนติดอยู่กลางตารางอีกครั้ง

