
บอลโลก 2026 ทำไมถึงจัดหน้าร้อน ช่วงมิถุนายนถึงกรกฎาคม
- ดาวพุธ
- 10 views

บอลโลก 2026 ทำไมถึงจัดหน้าร้อน การแข่งขันบอลโลกในช่วงเวลานี้ เป็นกรอบเวลามาตรฐาน ที่เป็นไปตามปฏิทิน ในการแข่งขันระดับสากล ของสมาพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา ที่ไปกระทบกับตารางการแข่งขันของลีกฟุตบอลอาชีพทั่วโลก
การรับมือสภาพอากาศ ที่ร้อนจัดในปี 2026 เป็นการเพิ่มการหยุดพัก ในระหว่างการแข่งขัน ซึ่งการพักเบรกเพื่อระบายความร้อนในร่างกายนี้ ที่ได้รับการแนะนำ ในปี 2014 จากบราซิล โดยในแต่ละแมตช์ ผู้แพร่ภาพกระจายเสียง จะสามารถออกอากาศโฆษณา ในช่วงที่นักกีฬาพักได้ ยกตัวอย่างกฎใหม่ ที่เพิ่มเข้ามาของปี 2026 มีดังนี้
ความพิเศษของการแข่งขันบอลโลก ในครั้งนี้ คือ การขยายทีมที่เพิ่มขึ้นจาก 32 เป็น 48 ทีม จากการอนุมัติของ สภา FIFA เมื่อ 14 มีนาคม 2023 ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงรูปแบบใหม่ ตั้งแต่ปี 1998
ที่มา: 2026 FIFA World Cup (19 มิถุนายน 2026) [1]
การเผชิญกับความร้อนในช่วงบอลโลก 2026 เป็นอันตรายถึง 2 เท่า เมื่อเปรียบเทียบ กับปี 1994 ที่สหรัฐฯ เคยเป็นเจ้าภาพ โดยภาพรวมมองว่า ความร้อนที่เกิดขึ้น มาจากฝีมือของมนุษย์ จากการศึกษา สภาพอากาศโลก ซึ่งการแข่งขัน มากกว่า 24 แมตช์ คาดว่าจะจัดขึ้น ภายใต้สภาพอากาศ ที่เป็นอันตราย จากความร้อน (18 พฤษภาคม 2026) [2]
การแข่งขัน ในรอบที่ผ่านมา เรียกได้ว่ามีอุณหภูมิสูง ซึ่งแชมป์เก่า อย่างอาร์เจนตินา ต้องเผชิญกับสถานการณ์ ที่ไม่ค่อยดี ในการแข่งขันวันที่ 22 มิถุนายน ที่คาดว่ามีอุณหภูมิสูงเกิน 26 องศาเซลเซียส และเป็นไปได้ถึง 22% ที่จะมีอุณหภูมิสูงถึง 28 องศาเซลเซียส (21 พฤษภาคม 2026) [3]
เรียกได้ว่าเป็นการแข่งขันของนักกีฬา ที่จะต้องสู้ กับสภาพอากาศแย่ แม้ว่าจะดูแลร่างกาย มาอย่างดีแล้ว แต่ด้วยกีฬาฟุตบอล เป็นกีฬาที่ต้องเคลื่อนไหวตลอดเวลา เพราะฉะนั้น อุณหภูมิในร่างกาย จึงสูงขึ้นตามการใช้พลังงาน เมื่อความร้อนจากทั้ง 2 แหล่งรวมกัน จึงทำให้เสี่ยง ที่จะเกิดภาวะฮีทสโตรกได้

แน่นอนว่า อากาศร้อนที่เกิดขึ้น ในช่วงนี้เป็นเพราะ เอลนีโญ ผลกระทบต่อบอลโลก 2026 คือ สภาพร่างกายที่ต้องเผชิญ ต่อความร้อนของนักกีฬา และแฟนบอล แม้ว่าทางฟีฟ่า จะมีมาตรการออกมา เพื่อป้องกันการเกิดฮีทสโตรก แต่ด้วยอุณหภูมิที่ร้อน ก็ยังส่งผลกระทบ ต่อสมรรถนะของนักกีฬา
เอลนีโญไม่ได้เกิดขึ้น เป็นประจำทุกปี แต่มีวงรอบการเกิด ที่ไม่สม่ำเสมอ โดยเฉลี่ยแล้ว จะเกิดขึ้นซ้ำทุก 2 – 7 ปี และแต่ละครั้ง อาจจะกินเวลานานประมาณ 9 ถึง 12 เดือน หรือบางครั้ง อาจจะนานเป็นปี โดยขึ้นอยู่กับความรุนแรง ของกระแสลม ที่อ่อนกำลังลงในเวลานั้น ส่งผลให้ผิวน้ำทะเล ในมหาสมุทรแปซิฟิก บริเวณเขตศูนย์สูตรอุ่นขึ้นอย่างผิดปกติ
ซึ่งช่วงเวลา ที่มักจะเห็นสัญญาณ ได้ชัดเจนที่สุด และเริ่มส่งผลกระทบ ต่อสภาพภูมิอากาศโลก มักจะอยู่ในช่วงปลายปี แม้นักวิทยาศาสตร์ จะพบว่ารอบการเกิดส่วนใหญ่ ทิ้งช่วงห่างกันเฉลี่ยประมาณ 3 – 4 ปี แต่ในความเป็นจริง เอลนีโญไม่สามารถคาดเดาความถี่ ที่แน่ชัดในระยะยาวได้
เนื่องจากระบบปฏิสัมพันธ์ ระหว่างชั้นบรรยากาศ และมหาสมุทร ที่มีความซับซ้อนสูง นอกจากนี้ สถิติในระยะหลัง ยังบ่งชี้ว่าความแปรปรวน ของสภาพภูมิอากาศโลก มีส่วนทำให้ปรากฏการณ์นี้ มีความรุนแรง และคาดเดาได้ยากยิ่งขึ้น ทำให้อิทธิพลของเอลนีโญ ในบางรอบอาจจะเว้นห่างกันสั้นลง หรือยาวนานขึ้น
ภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากเอลนีโญอย่างรุนแรง และตรงที่สุดคือ พื้นที่รอบชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก โดยฝั่งตะวันออก อย่างประเทศเปรู และเอกวาดอร์ในทวีปอเมริกาใต้ จะเจอกระแสน้ำอุ่นไหลเข้ามาแทนที่กระแสน้ำเย็น ส่งผลให้สัตว์ทะเลลดลง และเกิดฝนตกหนักจนน้ำท่วมฉับพลัน
ในทางตรงกันข้าม ฝั่งแปซิฟิกตะวันตกอย่าง ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยรวมถึงประเทศไทย และออสเตรเลีย กลับต้องเผชิญความแห้งแล้งอย่างรุนแรง อุณหภูมิเฉลี่ยพุ่งสูงขึ้นผิดปกติ และเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำ ในการทำเกษตรกรรม
สาเหตุที่บอลโลก 2026 จัดขึ้นในหน้าร้อน เป็นเพราะว่าช่างเวลานี้เป็นเวลามาตรฐานสากลที่เป็นไปตามปฏิทิน ซึ่งอาจจะเกิดผลกระทบต่อการแข่งขันบอลโลกในระดับภูมิภาคได้ หากจัดขึ้นในช่วงเวลาอื่น แต่ทั้งนี้ก็มีการเลื่อนการแข่งขันเป็นปลายปีในบางครั้ง จากสภาพอากาศที่แย่
โอกาสที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในการจัดบอลโลกนั้น เป็นไปได้ยากมาก ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ และเกณฑ์สนามของฟีฟ่า ความเป็นไปได้หนึ่งเดียว คือ การเป็นเจ้าภาพร่วมกลุ่มอาเซียนในอนาคต
บอลโลก 2026 ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ผ่านธุรกิจโฆษณา สื่อสารมวลชน และการบริโภคภายในประเทศ จากการคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดของภาคเอกชน จึงกลายเป็นตัวเร่งให้เกิดกิจกรรมทางการตลาดครั้งใหญ่ ส่งผลดีโดยตรงต่อยอดขายของร้านอาหาร เครื่องดื่ม และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในช่วงเทศกาล

