เบื้องหลัง บอลโลก 2026 สร้างรายได้ให้เจ้าภาพเท่าไร

บอลโลก 2026 สร้างรายได้ให้เจ้าภาพเท่าไร

บอลโลก 2026 สร้างรายได้ให้เจ้าภาพเท่าไร ยังไม่มีรายได้สุทธิสุดท้าย แต่การประเมินล่าสุดชี้ว่าอาจเพิ่ม GDP ทั่วโลกสูงสุด 40.9 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม เงินดังกล่าวไม่ได้เข้าประเทศเจ้าภาพทั้งหมด เพราะต้องแยกระหว่างรายได้ FIFA เงินใช้จ่ายนักท่องเที่ยว ภาษี และต้นทุนจัดการแข่งขัน

  • เงินก้อนใหญ่จากมหกรรมครั้งนี้ไหลไปอยู่ที่ใครบ้าง
  • สหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก ใครได้ประโยชน์มากที่สุด
  • รายได้มหาศาลคุ้มกับค่าใช้จ่ายของเจ้าภาพหรือไม่

ตัวเลขเศรษฐกิจมหาศาล ไม่ได้แปลว่าเงินเข้ารัฐทั้งหมด

หากมองภาพใหญ่ การศึกษาที่ FIFA ใช้อ้างอิง ประเมินว่า ฟุตบอลโลกครั้งนี้ อาจสร้างผลผลิตทางเศรษฐกิจทั่วโลก 80.1 พันล้านดอลลาร์ เพิ่ม GDP ได้สูงสุด 40.9 พันล้านดอลลาร์ และสนับสนุนงานเทียบเท่าเต็มเวลา 824,000 ตำแหน่ง (23 มกราคม 2026) [1]

อย่างไรก็ตาม คำว่า “ผลผลิตทางเศรษฐกิจ” ไม่ได้หมายความว่าเงินทั้งหมด จะเข้าคลังของสามประเทศเจ้าภาพ เงินก้อนดังกล่าวกระจายตั้งแต่ค่าที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง ค่าแรง การจัดกิจกรรม ไปจนถึงเงินที่ธุรกิจนำกลับไปใช้ต่อ เมืองเจ้าภาพจะได้รับจริงผ่านภาษี ยอดขายของธุรกิจท้องถิ่น

และมูลค่าการประชาสัมพันธ์ ส่วนรายได้หลักจากลิขสิทธิ์ถ่ายทอด สปอนเซอร์ ตั๋ว และสินค้าทางการ ยังอยู่ภายใต้โครงสร้างรายได้ของ FIFA ดังนั้น หากต้องการรู้ว่า เจ้าภาพ ได้ประโยชน์อะไรจาก บอลโลก ต้องแยกระหว่าง “เงินหมุนในระบบ” กับ “รายได้ที่รัฐบาล และเมืองเก็บได้จริง”

ตัวเลข 40,900 ล้านดอลลาร์คือรายได้จริงหรือไม่?

บอลโลก 2026 สร้างรายได้ให้เจ้าภาพเท่าไร

ไม่ใช่รายได้สุทธิ แต่เป็นผลต่อ GDP ซึ่งวัดมูลค่าเพิ่มของสินค้า และบริการที่เกิดจากกิจกรรมเกี่ยวข้องกับการแข่งขัน ตัวอย่างเช่น นักท่องเที่ยวจ่ายค่าโรงแรม 500 ดอลลาร์ เงินก้อนนั้นนับเป็นการใช้จ่ายโดยตรง ก่อนกระจายไปยังค่าแรง พนักงาน ซัพพลายเออร์ และการซื้อสินค้าเพิ่มเติม

กรณีลอสแอนเจลิสช่วยให้เห็นความต่างชัดขึ้น

  • รายงานประเมินว่า อาจสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ 594 ล้านดอลลาร์ โดยเป็นเงินใช้จ่ายโดยตรงจากผู้มาเยือน 343 ล้านดอลลาร์ แต่ภาษีที่จะอยู่กับลอสแอนเจลิสเคาน์ตีที่ประมาณ 34.9 ล้านดอลลาร์ และรัฐแคลิฟอร์เนียอีกราว 22.3 ล้านดอลลาร์ (26 มิถุนายน 2024) [2]
  • นั่นหมายความว่า เมืองอาจมีเงินหมุนเกือบ 600 ล้านดอลลาร์ แต่ไม่ได้แปลว่ารัฐบาลท้องถิ่นมีรายได้ 600 ล้านดอลลาร์ จุดนี้คือกับดักสำคัญของการอ่านตัวเลขเศรษฐกิจ จากมหกรรมกีฬาขนาดใหญ่

สหรัฐฯ ได้มากที่สุดเพราะจัดถึง 78 นัดหรือไม่?

สหรัฐฯ มีโอกาสรับเงินหมุนมากที่สุด เพราะจัด 78 จากทั้งหมด 104 นัด รวมทั้งการแข่งขันรอบลึก และนัดชิงชนะเลิศ ขณะที่แคนาดา และเม็กซิโกจัดประเทศละ 13 นัด ปริมาณการแข่งขันจึงดึงทั้งค่าที่พัก การเดินทาง และการใช้จ่ายของแฟนบอลเข้าสู่สหรัฐฯ มากกว่าในเชิงจำนวน

แต่จำนวนเกมไม่ได้รับประกันว่าเมืองจะทำเงินตามเป้า เพราะตำแหน่งสนาม ราคาตั๋ว คู่แข่งขัน และความสะดวกในการเดินทางมีผลอย่างมาก ก่อนการแข่งขัน ลอสแอนเจลิสเคยประเมินว่า จะมีผู้มาเยือนจากนอกพื้นที่ 179,200 คน โดย 146,511 คนเป็นนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นจากภาวะปกติ

ตัวเลขนี้เชื่อมโยงกับคำถามว่า บอลโลก 2026 มีนักท่องเที่ยวเท่าไหร่ เพราะยอดผู้เข้าชมสนาม กับจำนวนนักท่องเที่ยว ไม่ใช่ตัวเลขเดียวกัน คนหนึ่งอาจดูหลายเกม ขณะที่แฟนจำนวนมาก เดินทางเข้าเมืองเพื่อดูจอยักษ์หรือร่วม Fan Festival โดยไม่มีตั๋วเข้าสนาม

โรงแรมราคาแรง แต่ยอดจองไม่ได้พุ่งทุกเมือง

บอลโลก 2026 สร้างรายได้ให้เจ้าภาพเท่าไร

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2026 มีรายงานว่าโรงแรม และสายการบินในสหรัฐฯ ได้รับแรงหนุนต่ำกว่าที่คาด เนื่องจากราคาตั๋ว ค่าเดินทาง ปัญหาวีซ่า และระยะทางระหว่างเมืองสูง สมาคมโรงแรมในนิวยอร์ก ลดประมาณการรายได้จากทัวร์นาเมนต์ลงถึง 60% ขณะที่นักเดินทางบางส่วน เปลี่ยนไปเช่าบ้านพักแทน

ใกล้สนามนัดชิงในนิวเจอร์ซีย์ โรงแรมบางแห่ง ตั้งราคาแตะหลักพันดอลลาร์ต่อคืน แต่ยังมียอดจองต่ำ บางแห่งมีห้องถูกจองเพียงประมาณ 4% ก่อนนัดชิง สะท้อนว่าการขึ้นราคาแรงเกินไป อาจไม่ได้สร้างรายได้เพิ่ม หากแฟนบอลเลือกพักไกลออกไป หรือยกเลิกการเดินทาง

ค่าใช้จ่ายลับที่อยู่นอกสนาม
รายได้จากนักท่องเที่ยวต้องแลกกับค่าใช้จ่ายด้านตำรวจ ระบบขนส่ง การปิดถนน การแพทย์ฉุกเฉิน และการควบคุมฝูงชน นอกจากนี้ ยังต้องดูว่า บอลโลก 2026 สร้างงานกี่ตำแหน่ง แม้ตัวเลขทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 824,000 ตำแหน่งแบบเทียบเท่าเต็มเวลา แต่งานจำนวนมากเป็นแค่งานชั่วคราว

แคนาดาได้รายได้มากกว่าต้นทุนหรือไม่?

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2024 รายงานที่จัดทำให้ FIFA ประเมินว่า แคนาดาอาจมีผลผลิตทางเศรษฐกิจเพิ่มสูงสุด 3,800 ล้านดอลลาร์แคนาดา จากค่าใช้จ่ายด้านการลงทุน การจัดการแข่งขัน และนักท่องเที่ยวรวมประมาณ 1,900 ล้านดอลลาร์แคนาดา ระหว่างเดือนมิถุนายน 2023 ถึงสิงหาคม 2026

แต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2026 สำนักงานงบประมาณรัฐสภาแคนาดา ประเมินว่ารัฐบาลทุกระดับต้องสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพ 1,066 ล้านดอลลาร์แคนาดา แบ่งเป็นงบรัฐบาลกลาง 473 ล้านดอลลาร์ และรัฐบาลระดับอื่นอีก 593 ล้านดอลลาร์ หรือเฉลี่ยประมาณ 82 ล้านดอลลาร์ต่อนัด (20 พฤษภาคม 2026) [3]

สองตัวเลขนี้ไม่ได้ขัดกัน เพราะ 3,800 ล้านดอลลาร์ คือกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ส่วน 1,066 ล้านดอลลาร์คืองบสนับสนุนจากภาครัฐ แต่ทำให้เห็นว่า การประกาศว่าเศรษฐกิจโต ไม่ได้ตอบทันทีว่าเงินภาษีที่ลงทุนไปคุ้มค่าหรือไม่

เม็กซิโกเดิมพันกับรายได้จากคนทั้งเมืองจริงไหม?

จริง เม็กซิโกมีข้อได้เปรียบด้านวัฒนธรรมฟุตบอล และค่าครองชีพที่ต่ำกว่าหลายเมืองในสหรัฐฯ รัฐบาลกรุงเม็กซิโกซิตี ประกาศเป้าหมายสร้างเงินหมุนเวียนมากกว่า 50,000 ล้านเปโซจากกิจกรรมที่เกี่ยวกับฟุตบอลโลก ทั้งการท่องเที่ยว ร้านค้า ตลาดท้องถิ่น และพื้นที่ชมการแข่งขัน

แต่ปัญหาราคาตั๋วกลายเป็นประเด็นร้อน ประธานาธิบดีเม็กซิโกเรียกร้องให้ FIFA ทบทวนราคา ที่สูงเกินกำลังของแฟนบอลจำนวนมาก หลังตั๋วบางประเภท และตลาดขายต่อ เพิ่มไปถึงระดับที่คนท้องถิ่นเข้าถึงได้ยาก รัฐบาลจึงจัดพื้นที่ชมฟรี และกิจกรรม “Social World Cup” กระจายไปยังชุมชนต่างๆ

วันที่ 12 มิถุนายน 2026 เกมเกาหลีใต้พบสาธารณรัฐเช็กที่กวาดาลาฮารา มีภาพที่นั่งว่างจำนวนมาก จนเกิดคำถามว่า บอลโลก 2026 มีคนไปดูเยอะไหม แม้ยอดผู้ชมทางการอยู่ที่ 44,985 คน แต่ตั๋วที่ถูกขายหรือแจก ไม่ได้หมายความว่าผู้ถือจะเข้าสนามจริงทั้งหมด

สรุป บอลโลกทำเงินมหาศาล แต่เจ้าภาพไม่ได้รับทั้งหมด

สุดท้ายแล้ว บอลโลก 2026 สร้างรายได้ให้เจ้าภาพเท่าไร คำตอบคือมีศักยภาพสร้าง GDP ทั่วโลกสูงสุด 40.9 พันล้านดอลลาร์ แต่เจ้าภาพไม่ได้รับเงินจำนวนนี้โดยตรง สหรัฐฯ มีโอกาสได้จำนวนเงินสูงสุดเพราะจัด 78 นัด ส่วนแคนาดา และเม็กซิโกอาจเห็นผลชัดกว่าเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจ

ที่นั่งว่างคือสัญญาณว่ารายได้ต่ำกว่าคาดหรือไม่?

ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะตั๋วอาจถูกขายแล้ว แต่ผู้ถือไม่เข้าสนาม อย่างไรก็ตาม ที่นั่งว่าง และยอดจองโรงแรมอ่อนตัว เป็นสัญญาณเตือนว่า รายได้จากนักท่องเที่ยว อาจไม่กระจายออกสู่เมืองเท่ากับประมาณการ

ธุรกิจท้องถิ่นได้ประโยชน์จริง หรือถูกกฎ FIFA กันออก?

มีกรณีเม็กซิโก ที่ร้านค้า และบาร์บางแห่งไม่สามารถใช้ชื่อ โลโก้ หรือสื่อการแข่งขันโดยไม่มีสิทธิ์อนุญาต ทำให้กิจการรายเล็ก อาจเข้าถึงกระแสบอลโลก ได้ยากกว่าสปอนเซอร์รายใหญ่

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง