ฝึกกล้ามเนื้อ แบบ Eccentric คืออะไร? ความลับที่มากกว่าการยกเวท

ฝึกกล้ามเนื้อ แบบ Eccentric

การ ฝึกกล้ามเนื้อ แบบ Eccentric คือ จังหวะในการออกแรง ในขณะที่กล้ามเนื้อกำลังยืดออก ซึ่งจะคุ้นชินกันในสายเวท ที่เรียกกันว่า ช่วงลบน้อย หรือจังหวะเอาลง โดยที่ Eccentric นั้น คือการเคลื่อนไหวในท่วงท่าหนึ่ง ผ่านการลงน้ำหนักอย่างช้าๆ เช่น การยกดัมเบล หรือ กีฬาแล่นเรือใบ

  • การฝึกกล้ามเนื้อแบบ Eccentric ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?
  • 3 กลไกหลัก ที่ให้การฝึกกล้ามเนื้อยืดออกได้ผลดีที่สุด
  • ความสำคัญของการฝึกกล้ามเนื้อแบบ Eccentric กับวงการกีฬา
  • ตัวอย่างการฝึกกล้ามเนื้อแบบ Eccentric สำหรับนักกีฬา และคนทั่วไป

กลไกที่ทำให้ ร่างกายที่แข็งแรงขึ้น ขณะกล้ามเนื้อยืดตัว

การฝึกแบบ Eccentric อย่างต่อเนื่อง ร่างกายจะเกิดการปรับตัว ที่เรียกว่า “Sarcomere Addition in Series” เป็นกลไกที่เกิดขึ้น เมื่อกล้ามเนื้อถูกยืดออกเป็นเวลานานๆ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกแบบ Eccentric หรือการยืดเหยียดแล้วค้างไว้

โดยกลไกนี้ เป็นการปรับตัวทางสถาปัตยกรรมของร่างกาย ที่ทำให้กล้ามเนื้อยาวมากขึ้น เพื่อให้สามารถรับมือกับแรงตึง และแรงกระแทกที่จะเกิดขึ้นในครั้งถัดไป โดยไม่มีความเจ็บปวดเกิดขึ้น ซึ่งจะเชื่อมโยงกับอีก 3 กลไก นั่นก็คือ Mechanical Tension, Metabolic Stress และ Muscle Damage

Mechanical Tension แกนหลักแรงตึงของกล้ามเนื้อ

Mechanical Tension คือแรงตึงของกล้ามเนื้อ ที่เกิดขึ้นในขณะการยกน้ำหนัก หากยิ่งเพิ่มแรงน้ำหนักมากเท่าไหร่ เท่ากับว่า ไยของกล้ามเนื้อ จะยิ่งรับแรงตึงมากเท่านั้น โดยที่มีปัจจัยตัวแปรหลักคือ น้ำหนัก และจำนวนรอบของการยก หรือที่กันว่า Rep Range ที่เหมาะสมกับแต่ละคนที่จะต้องใช้ในการฝึก (22 มิถุนายน 2018) [1]

Metabolic Stress ภาวะความเครียดเมตาบอลิซึม

หลักการ Metabolic Stress ก็คือ การสร้างภาวะความเครียดทางเมตาบอลิซึม ในส่วนของที่กล้ามเนื้อมีเจริญเติบโต โดยที่ความเครียดนี้ จะส่งสัญญาณให้เซลล์ขยายขนาดใหญ่ขึ้น (2008-2026) [2] เมื่อเรามีการทำซ้ำจนทำให้กล้ามเนื้อเกิดการ บีบ คลาย บีบ คลาย โดยไม่มีการพัก ในที่สุด Metabolic จะถูกสะสมไว้ในปริมาณที่สูงมากๆ

จนถึงจุดที่ตัวเรารู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว และหยุดพัก Metabolic ก็จะค่อยๆ สลายตัวไป ซึ่งหากเรามีการพักเป็นเวลานาน ก็อาจจะทำให้กระบวนการนี้หายไป และการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ ก็จะหายไปด้วย จึงควรใช้ช่วงเวลาเว้นพักเพียงสั้นๆ เช่น 30 – 45 วินาทีก็พอ

Muscle Damage การสร้างความเสียหายของกล้ามเนื้อ

Muscle Damage เป็นการฉีกขาดเล็กๆ ของเส้นใยกล้ามเนื้อจากการฝึกในขณะยืด ซึ่งร่างกายจะซ่อมแซม และทำให้กล้ามเนื้อใหญ่ขึ้น หลักจากกระบวนการ Metabolic Stress จบลงอย่างครบถ้วน โดยจะเกิดรอยฉีกเล็กๆ นี้ ทั้งในขณะที่ยืด และบีบกล้ามเนื้อ (22 มิถุนายน 2018) [1]

ซึ่งกลไกนี้จะเกี่ยวข้องกับเรื่องของ Eccentric เพราะถือว่าเป็นกระบวนการ ที่สร้างความแข็งแรง และขนาดของกล้ามเนื้อที่ใหญ่ขึ้น หลังจากจบกลไกทั้งหมดแล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็จะขึ้นอยู่กับการควบคู่การพักผ่อนที่เพียงพอ และการกินโปรตีนเสริมด้วย

การฝึก ที่ความเชื่อมโยง กับวิทยาศาสตร์การกีฬา

ฝึกกล้ามเนื้อ แบบ Eccentric

การฝึกกล้ามเนื้อ แบบ Eccentric นี้ ถูกนำมาเป็นหนึ่งในหัวข้อการศึกษาอย่างจริงจัง เพราะมันคือกุญแจหลัก ในการเพิ่มสมรรถภาพที่สูง ได้ดีกว่าแค่การยกเวทธรรมดาทั่วไป หรือการยืดธรรมดา เรียกได้ว่าเป็นกลไกทางชีววิทยาที่พิสูจน์ได้จริง ไม่ว่าจะเป็น

  • ในปี 2011 Jesper Petersen และคนอื่นๆ ทดลองกับกลุ่มทีมนักกีฬาฟุตบอล และพบว่ากลุ่มที่ฝึก Eccentric สำหรับกล้ามเนื้อ Hamstring มีอัตราการบาดเจ็บอยู่ที่ 15 ครั้งจาก 100 ฤดูกาล เทียบกับกลุ่มผู้ฝึกทั่วไปมีอัตราการบาดเจ็บสูงกว่า 52 ครั้งจาก 100 ฤดูกาลเช่นกัน (8 สิงหาคม 2011) [3]
  • ในปี 2014 Michael Vogt และ Hans H Hoppeler พบว่า การฝึกแบบ Eccentric นั้น จะใช้ออกซิเจน (Oxygen Consumption) และพลังงาน จากระบบเผาผลาญน้อยกว่าถึง 4 เท่า
  • ในปี 2017 Brad J Schoenfeld และคนอื่นๆ บอกเอาไว้ว่า การฝึกแบบเน้น Eccentric ส่งผลให้กล้ามเนื้อโตขึ้น โดยเฉลี่ยประมาณ 10% ในขณะที่การฝึกแบบ Concentric (การฝึกแบบกล้ามเนื้อหดสั้น) เพียงอย่างเดียวให้ผลอยู่ที่ประมาณ 6.8% (กันยายน 2017) [4]

ตัวอย่างการฝึกกล้ามเนื้อแบบ Eccentric สำหรับนักกีฬา

นักฟุตบอล

  • ท่าฝึกที่ใช้ : Nordic Hamstring Curl
  • รูปแบบการฝึก : คุกเข่าลงบนพื้น โดยให้เพื่อนช่วยจับส้นเท้าไว้ จากนั้นค่อยๆ เอนตัวไปข้างหน้าช้าๆ โดยใช้กล้ามเนื้อหลังขา (Hamstring) ต้านแรงไว้จนหน้าอกเกือบแตะพื้น
  • เป้าหมาย : เพื่อป้องกันกล้ามเนื้อหลังขาฉีกขาด เวลาสปีดเต็มที่ และช่วยเพิ่มพลังในการเบรก หรือเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน

 

นักบาสเกตบอล หรือ นักวอลเลย์บอล

  • ท่าฝึกที่ใช้ : Depth Jumps (เน้นช่วง Landing)
  • รูปแบบการฝึก : ยืนบนกล่องความสูงประมาณ 30-50 ซม. แล้วก้าวลงมา เมื่อเท้าแตะพื้น ให้ย่อตัวลงซับแรงกระแทกทันที (ไม่เน้นกระโดดต่อทันที แต่เน้นจังหวะหยุดให้สนิทและนิ่งที่สุด)
  • เป้าหมาย : เพื่อฝึกให้กล้ามเนื้อควอดริเซ็บ (Quads) และเอ็นเข่ารับแรงกระแทกมหาศาล เพื่อลดความเสี่ยงเอ็นไขว้หน้า (ACL) ฉีกขาด

 

นักวิ่งระยะสั้น

  • ท่าฝึกที่ใช้ : Eccentric Calf Raises
  • รูปแบบการฝึก : ยืนบนขอบบันไดด้วยปลายเท้า เขย่งขึ้นด้วยเท้าสองข้าง แต่ตอนเอาส้นเท้าลงให้ใช้ขาข้างเดียว ค่อยๆ ผ่อนน้ำหนักลงให้ต่ำกว่าระดับบันไดช้าๆ
  • เป้าหมาย : เพิ่มความหนาและความยืดหยุ่นให้เอ็นร้อยหวาย (Achilles Tendon) ทำให้ส่งแรงถีบตัวได้เหมือนสปริงที่แข็งแรงขึ้น

ตัวอย่างการฝึกกล้ามเนื้อแบบ Eccentric สำหรับคนทั่วไป

Eccentric Push-ups (วิดพื้นจังหวะลง)

  • วิธีทำ : ตั้งท่าเตรียมวิดพื้นตามปกติ (จะชันเข่าก็ได้) จังหวะลงให้ นับ 1-2-3-4-5 ค่อยๆ ผ่อนตัวลง จนอกแตะพื้น แล้วออกแรงดันขึ้นตามปกติ
  • ผลลัพธ์ที่ได้ : ช่วยให้สร้างกล้ามเนื้ออกและแขนได้ไวขึ้น และช่วยให้คนที่ยังวิดพื้นไม่ขึ้น สามารถสร้างความแข็งแรง จนวิดพื้นแบบปกติได้ในที่สุด

 

Slow Eccentric Squats (สควอทจังหวะลง)

  • วิธีทำ : ยืนตัวตรง จังหวะย่อสะโพกลงให้ นับ 1 ถึง 4 ช้าๆ จนลงสุด จากนั้นถีบตัวขึ้นตามปกติ
  • ผลลัพธ์ที่ได้ : ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรง ของเส้นเอ็นรอบหัวเข่าได้ดีมาก ใครที่มีปัญหาเข่าดังก๊อบแก๊บ หรือปวดเข่าเวลาเดินขึ้นบันได ท่านี้คือยารักษาชั้นดีเลย

 

Eccentric Chair Sits (ลุกนั่งจากเก้าอี้)

  • วิธีทำ : ยืนหน้าเก้าอี้ แล้วค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งช้าๆ (ใช้เวลา 5 วินาที) โดยพยายามไม่ให้ก้นกระแทกเก้าอี้ คือต้องคุมน้ำหนักตัว จนวินาทีสุดท้ายที่ก้นแตะเบาะ
  • ผลลัพธ์ที่ได้ : เหมาะมากสำหรับผู้สูงอายุ หรือพนักงานออฟฟิศ ที่กล้ามเนื้อขาเริ่มอ่อนแรง ช่วยเพิ่มการทรงตัว และความมั่นใจในการเคลื่อนไหว

ฝึกกล้ามเนื้อ แบบ Eccentric สูตรโกงกล้ามเนื้อนักกีฬา

โดยภาพรวมแล้ว การฝึกกล้ามเนื้อแบบ Eccentric เป็นกลไกการฝึกกล้ามเนื้อ ในแบบฉบับที่นักกีฬาในปัจจุบันใช้เป็นตัวช่วย เพื่อนำไปต่อยอด สำหรับการเล่นกีฬาในรูปแบบต่างๆ ให้เกิดผลลัพธ์ที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงมากขึ้น และถือเป็นอีกหนึ่งวิธีการฝึก ที่สำคัญมากๆ ในกลุ่มของวิทยาศาสตร์การกีฬาในปัจจุบัน

ฝึกกล้ามเนื้อแบบ Eccentric จะช่วยเรื่องไหนมากที่สุด?

ผลลัพธ์ที่ได้หลังจากฝึกกล้ามเนื้อแบบ Eccentric จะช่วยสร้างกล้ามเนื้อให้ใหญ่ขึ้น ช่วยเสริมความแข็งแรงของเส้นเอ็น และทำให้ก้าวข้ามขีดจำกัด ของการใช้กำลังครั้งก่อนได้เพิ่มมากขึ้น ผ่านกระบวนการหลัก 3 อย่าง คือ Mechanical Tension, Metabolic Stress และ Muscle Damage

การฝึกแบบ Eccentric ควรฝึกควบคู่กับการฝึกอะไรบ้าง?

การฝึกกล้ามเนื้อยืดออกให้ได้ผลดีที่สุด ควรฝึกควบคู่กับท่าอื่นๆ เช่น 

  • ฝึกควบคู่กับท่าฝึกปกติ เช่นจังหวะดันอก (Bench Press) ให้ดันขึ้นเร็วๆ 1 วินาที แต่ตอนผ่อนลงให้ออกแรงต้านนาน 3-4 วินาที
  • ฝึกควบคู่การเกร็งค้าง เช่น ย่อนั่งลงช้าๆ พอถึงจุดที่ลึกที่สุดให้เกร็งค้างไว้ 3-5 วินาที (Isometric) แล้วค่อยระเบิดตัวขึ้น
  • ฝึกควบคู่กับการยืดเหยียดแบบ Mobility & Flexibility เช่น หลังฝึกเสร็จต้องเน้นการยืดเหยียดแบบ Static Stretching หรือใช้ Foam Roller เพื่อคลายพังผืด
Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง