
รวมถาม-ตอบ เดอร์ริก ไวต์ คุ้มไหมกับสัญญา 125 ล้าน
- Harry P
- 17 views

เดอร์ริก ไวต์ (Derrick White) คุ้มกับสัญญา 125 ล้าน ถ้ามองว่าเขาคือการ์ด two-way ที่ช่วยให้ Celtics ลุ้นแชมป์ได้จริง ไม่ใช่แค่ตัวเสริมธรรมดา ไวต์มีการเล่นที่ทำให้ระบบทีมแน่นขึ้น ดราม่าคือ เมื่อฟอร์มบุกตกในเพลย์ออฟ สัญญานี้ก็เริ่มถูกตั้งคำถามทันที ว่าแพงเกินบทบาทหรือไม่
ไวต์เก่งจริง แต่ความเก่งของเขาชัดที่สุดในทีมที่มีระบบดี เพราะเขาไม่ใช่การ์ดประเภทถือบอลทุกเพลย์แล้วแบกแต้ม แต่เป็นคนที่ทำให้เกมไหลขึ้น ป้องกันแน่นขึ้น และช่วยให้สตาร์เล่นง่ายขึ้น ฤดูกาล 2025-26 ไวต์เฉลี่ย 16.5 แต้ม, 4.4 รีบาวด์ และ 5.4 แอสซิสต์ต่อเกม ซึ่งเป็นตัวเลขที่บอกว่าเขาไม่ใช่แค่ตัวประกอบ แต่เป็นตัวจริงที่มีผลกับทั้งเกมบุก และเกมรับของ Celtics
เพราะไวต์ป้องกันได้ลึกกว่าการ์ดทั่วไป เขาไม่ได้มีดีแค่ตามประกบตัวถือบอล แต่ยังอ่านจังหวะช่วยซ้อน ปิดเลนไดรฟ์ บล็อกจากด้านหลัง และเติมตำแหน่งเหมือนเป็นบิ๊กแมนย่อส่วน จุดที่ทำให้เขาพิเศษคือ timing เขาไม่ต้องกระโดดสูงที่สุด แต่รู้ว่าควรเข้าช่วยตอนไหน ฤดูกาล 2025-26 เขาทำ 98 บล็อก และ 88 สตีล เป็นหนึ่งในตัวเลขเกมรับที่หายากมาก สำหรับผู้เล่นตำแหน่งการ์ด
สำคัญมาก เพราะมันยืนยันว่าไวต์ไม่ได้ถูกยกย่องแค่ในหมู่แฟนทีม แต่ถูกยอมรับระดับลีก เขาติด NBA All-Defensive First Team ฤดูกาล 2025-26 ร่วมกับชื่อเกมรับระดับสูงอย่าง Victor Wembanyama, Chet Holmgren, Rudy Gobert และ Ausar Thompson
รางวัลนี้ทำให้ภาพของเดอร์ริก ไวต์เปลี่ยนจาก “role player ชั้นดี” ไปเป็น “elite two-way guard” มากขึ้น เพราะการ์ดที่ติดทีมเกมรับชุดแรกในยุคนี้ ต้องมี impact จริง ไม่ใช่แค่ขยัน หรือเล่นหนักอย่างเดียว

เกมนั้นบอกว่าไวต์ไม่ใช่การ์ดเกมรับธรรมดา วันที่ 30 ธันวาคม 2025 เขาทำ 27 แต้ม, 7 รีบาวด์, 6 แอสซิสต์ และ 7 บล็อก พา Celtics ชนะ Jazz 129-119 โดยมีรายงานระบุว่าเขาเป็นผู้เล่นคนแรกใน NBA ที่สูงไม่เกิน 6 ฟุต 5 นิ้ว แล้วทำอย่างน้อย 25 แต้ม, 6 รีบาวด์, 6 แอสซิสต์ และ 6 บล็อกในเกมเดียว
ทำให้ภาพของไวต์ดีขึ้น เพราะ NBA Sportsmanship Award ไม่ใช่รางวัลเล็กในเชิงภาพลักษณ์ เขาได้รางวัลนี้ในฤดูกาล 2025-26 และกลายเป็นผู้เล่นบอสตัน เซลติกส์คนที่สองติดต่อกันที่คว้ารางวัลนี้ ต่อจาก จรู ฮอลิเดย์ แต่บางคนอาจมองว่าไวต์สุภาพเกินไป สำหรับเกมเพลย์ออฟที่ต้องการความดุดัน ความจริงคือเขาไม่ได้เล่นนิ่ม แต่ความดุของไวต์ คือการทำให้คู่แข่งเล่นยากแบบเงียบๆ
ดราม่าคือ regular season เขาดีมาก แต่เพลย์ออฟกลับมีคำถามเรื่องเกมบุก เซลติกส์ตกรอบแรกกับ 76ers แบบน่าผิดหวัง และไวต์ถูกจับตามองเพราะชู้ตตกในช่วงสำคัญ ไวต์มีฤดูกาลเกมรับที่ยอดเยี่ยม แต่ในเพลย์ออฟเขาชู้ตจากสนามเพียง 32.1% และชู้ตสามแต้ม 27.3% ตัวเลขนี้ทำให้เสียงวิจารณ์แรงขึ้นทันที เพราะทีมต้องการตัวช่วยแต้มที่นิ่งกว่านั้นในเกมใหญ่

เพราะเขาเป็นทั้งผู้เล่นสำคัญ และสินทรัพย์ที่มีมูลค่า ไวต์เซ็นสัญญาต่อขยาย 4 ปี มูลค่า 125.9 ล้านดอลลาร์กับเซลติกส์ตั้งแต่ปี 2024 ซึ่งทำให้เขาเป็นแกนระยะยาว แต่ก็เป็นเงินก้อนใหญ่พอให้ถูกหยิบมาใช้ ในดีลใหญ่ได้เช่นกัน
คุ้ม ถ้ามองว่าเขาคือการ์ด two-way ระดับสูงที่ช่วยทีมลุ้นแชมป์ เพราะผู้เล่นที่ป้องกันระดับ All-Defensive, จ่ายบอลได้, ชู้ตได้ และไม่ทำลายระบบ หาไม่ได้ง่ายใน NBA ยุคปัจจุบัน แต่ถ้ามองจากเพลย์ออฟ 2026 อย่างเดียว สัญญานี้จะเริ่มดูเสี่ยง เพราะไวต์อายุ 31 แล้ว และถ้าเกมบุกตกลงเรื่อยๆ เซลติกส์จะต้องถามตัวเองว่า เงินระดับนี้ควรอยู่กับผู้เล่นที่เป็นตัวเลือกบุกลำดับสาม หรือสี่แค่ไหน
ควรเก็บไว้ ถ้าเซลติกส์ยังต้องการลุ้นแชมป์ด้วยแกนเดิม เพราะไวต์คือผู้เล่นที่ทำให้ทีมสมดุล เขาไม่ต้องถือบอลเยอะ แต่ช่วยปิดรูรั่วหลายจุด ทั้งเกมรับ การสื่อสาร การช่วยบล็อก และการเล่นจังหวะสอง แต่ถ้าทีมต้องเปลี่ยนโครงสร้างครั้งใหญ่ ไวต์อาจเป็นชื่อที่ถูกหยิบมาคุย เพราะเขายังมีมูลค่าในตลาด ทีมลุ้นแชมป์หลายทีมต้องการการ์ดแบบนี้ โดยเฉพาะทีมที่มีสตาร์ทำแต้มอยู่แล้ว
ท้ายที่สุด เดอร์ริก ไวต์ คือผู้เล่นที่อยู่ตรงกลางระหว่าง “ตัวประกอบชั้นยอด” กับ “แกนแชมป์ที่ถูกประเมินต่ำ” และดราม่าหลังเพลย์ออฟ 2026 ยิ่งทำให้คำถามนี้น่าติดตามกว่าเดิมว่า เซลติกส์จะมองเขาเป็นหัวใจของระบบ หรือเป็นชิ้นส่วนสำคัญ ที่ใช้แลกอนาคตใหม่

