
เบน ซิมมอนส์ คือนักบาสที่แพ้เกม หรือแพ้ภาพจำตัวเอง
- Harry P
- 14 views

เบน ซิมมอนส์ (Ben Simmons) ไม่ได้แพ้แค่เกมในสนาม แต่แพ้ภาพจำที่ใหญ่กว่าฟอร์มจริงของตัวเองด้วย เขาเป็นนักบาสพรสวรรค์สูง ที่ชีวิตเปลี่ยนเพราะ 4 อย่างชนกันพร้อมกันคือ ร่างกายพัง, บทบาทในสนามหาย, ความมั่นใจถูกสังคมลากไปตัดสิน และชีวิตนอกสนามเริ่มกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่า NBA
ซิมมอนส์ยังไม่ได้ประกาศรีไทร์อย่างเป็นทางการ แต่สถานะใน NBA ตอนนี้ไม่ชัดเหมือนเดิมแล้ว หลังแยกทางกับ Brooklyn Nets ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 เขาย้ายไป Los Angeles Clippers แบบสัญญาระยะสั้น และหลังจากนั้นกระแสข่าวใหญ่ กลับกลายเป็นเรื่อง sportfishing
สิ่งที่ทำให้แฟนบาสรู้สึกว่าเขา “หายไป” ไม่ใช่เพราะชื่อหายจากความทรงจำ แต่เพราะบทบาทในสนามหายไปต่างหาก จากอดีตดราฟต์อันดับ 1 ปี 2016, Rookie of the Year และ All-Star 3 สมัย เขากลายเป็นผู้เล่นที่ข่าวนอกสนาม ถูกพูดถึงมากกว่าเกมบาสจริง (8 มิถุนายน 2026) [1]

เกมนี้คือจุดแตกหักของภาพจำ เพราะสิ่งที่คนจำไม่ใช่ทั้งเกม แต่จำจังหวะที่ซิมมอนส์ ไม่เลือกโจมตีห่วงในช่วงสำคัญ เขาถูกมองว่าไม่มั่นใจ ไม่กล้ารับแรงกดดัน และไม่กล้าเป็นคนตัดสินเกม ทั้งที่ปัญหาจริงของ Sixers ในซีรีส์นั้นลึกกว่าจังหวะเดียวมาก
ประเด็นที่หนักกว่าคือการชู้ตโทษ ซิมมอนส์เจอปัญหารุนแรงในเพลย์ออฟ 2021 และถูกคู่แข่งบีบ ให้ต้องอยู่ในสนามแบบระแวงทุกครั้งที่โดนฟาวล์ เมื่อผู้เล่นแกนหลัก ไม่อยากถือบอลท้ายเกม ระบบรุกของทีมก็เสียสมดุลทันที หลังจากนั้นความสัมพันธ์กับ Philadelphia 76ers แทบไม่เหมือนเดิม
เขาไม่ได้กลับมาเล่นให้ทีมอีกในฤดูกาล 2021-22 ก่อนถูกเทรดไป Brooklyn Nets ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2022 ในดีลใหญ่ที่ส่งเจมส์ ฮาร์เดน ไป Philadelphia 76ers และนี่คือจุดที่เรื่องของซิมมอนส์เปลี่ยนจาก “ฟอร์มตก” เป็น “อาชีพที่หลุดทิศทาง”
Nets ยอมจบเส้นทาง เพราะบทบาทกับค่าใช้จ่ายไม่สัมพันธ์กันแล้ว ซิมมอนส์อยู่ในปีสุดท้ายของสัญญา 5 ปี มูลค่า 177.2 ล้านดอลลาร์ และรับค่าเหนื่อย 40.3 ล้านดอลลาร์ในฤดูกาลนั้น แต่เขาลงเล่นให้ Nets ได้เพียง 90 เกมตลอด 3 ปีที่เต็มไปด้วยอาการบาดเจ็บ (11 กุมภาพันธ์ 2025) [2]
ปัญหาของเขาใน Brooklyn ไม่ใช่แค่แต้มลด แต่คือทีมไม่รู้จะวางเขาไว้ตรงไหน เขาไม่ใช่พอยต์การ์ดที่กดดันเกมรับเหมือนเดิม ไม่ใช่ฟอร์เวิร์ดที่ยืน spacing ได้ และไม่ใช่เซนเตอร์ที่ปิดห่วงเต็มเวลา สุดท้ายทีมจึงเลือกซื้อสัญญาออก ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 เพื่อเดินหน้าต่อโดยไม่ต้องแบกคำถามเดิม
ซีรีส์ที่ทำให้ความหวังเย็นลง Clippers vs Nuggets 2025
ซีรีส์ Clippers vs Nuggets ปี 2025 ทำให้ความหวังเย็นลง เพราะซิมมอนส์ไม่ได้กลายเป็นตัวเปลี่ยนซีรีส์ อย่างที่บางคนแอบลุ้นไว้ แม้เกมเปิดตัวกับ Clippers จะดูดีมาก เขาทำ 12 แต้ม, 8 รีบาวด์, 6 แอสซิสต์ และ 3 สตีลในเกมชนะ Jazz 120-116 ต่อเวลา แต่ในเพลย์ออฟ ความลังเลยังกลับมาเป็นคำถามเดิม
การบาดเจ็บของซิมมอนส์เป็นข้อเท็จจริง เพราะปัญหาหลังของเขา ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ช่วงสั้นๆ NBA รายงานว่าเขาผ่าตัดหลังเป็นครั้งที่สองในรอบ 3 ปี เมื่อเดือนมีนาคม 2024 ด้วยวิธี microscopic partial discectomy เพื่อแก้ปัญหาเส้นประสาท ที่ถูกกดทับบริเวณหลัง
ผลกระทบของอาการหลังร้ายแรงกว่าที่หลายคนคิด เพราะซิมมอนส์เคยใช้ร่างกายเป็นอาวุธหลัก เขาวิ่งสวนกลับเร็ว ชนวงในได้ รับหลายตำแหน่งได้ และสร้างมุมจ่ายจากแรงปะทะ แต่เมื่อความระเบิดลดลง จุดอ่อนเรื่องการชู้ต และความมั่นใจ จึงถูกขยายให้ใหญ่ขึ้น
ในฤดูกาล 2023-24 เขาลงเพียง 15 เกมกับ Nets และมีช่วงพลาดยาว 38 เกมติดต่อกัน ตัวเลข 6.1 แต้ม, 7.9 รีบาวด์ และ 5.7 แอสซิสต์ต่อเกม ไม่ได้เลวร้ายถ้ามองแบบผู้เล่นสำรอง แต่เลวร้ายเมื่อเทียบกับชื่อเบน ซิมมอนส์ ที่เคยถูกมองเป็นแกนแฟรนไชส์

ชีวิตนอกสนามของซิมมอนส์ กำลังบอกว่าเขาไม่ได้หมดความเป็นนักแข่งขัน แต่อาจย้ายสนาม ไปอยู่ในพื้นที่ที่ตัวเองควบคุมได้มากกว่าเดิม ช่วงธันวาคม 2025 มีรายงานว่าเขาเข้าถือหุ้นทีม South Florida Sails Angling Club ใน Sport Fishing Championship ร่วมกับกลุ่มของ Lonnie Walker IV
มุมนี้น่าสนใจกว่าแค่ข่าว “นักบาสไปตกปลา” เพราะกลุ่มของซิมมอนส์ถือหุ้น 50% ของทีมที่มีมูลค่าระดับ high seven figures และเขาอธิบายว่าความรักในการตกปลา เริ่มตั้งแต่วัยเด็กที่ออสเตรเลีย มันจึงไม่ใช่งานอดิเรกชั่วคราว แต่เป็นสิ่งที่เชื่อมกับตัวตนของเขามานานแล้ว
แชมป์ sportfishing เป็นได้ทั้งมุกของแฟนบาส และเป็นการเริ่มต้นใหม่ในชีวิตจริง ขึ้นอยู่กับว่าจะมองจากมุมไหน สำหรับแฟนๆ NBA บางส่วน มันอาจฟังดูประชดว่าเขาได้แชมป์แรกนอกสนามบาส แต่สำหรับตัวซิมมอนส์ นี่คือชัยชนะในพื้นที่ที่เขาเลือกเอง
South Florida Sails คว้าแชมป์ Sport Fishing Championship Blue Marlin Open ที่ Bahamas ด้วย 2,925 คะแนน จากการปล่อย blue marlin 6 ตัว และพลาดสถิติรายการไปเพียง 1 ทำให้ซิมมอนส์ถูกพูดถึงอีกครั้งในฐานะ “แชมป์” แม้ไม่ใช่แชมป์ NBA (20 พฤษภาคม 2026) [3]
ในมุมของผู้เขียน นี่คือส่วนที่ควรให้เครดิตซิมมอนส์ มากกว่าหัวเราะใส่เขา เพราะไม่ใช่ทุกคนที่ถูกภาพจำกลืนไปแล้ว จะยังกล้าสร้างนิยามใหม่ได้อีกครั้ง เขาอาจไม่ใช่ผู้เล่นที่แฟนบาสเคยหวังว่าจะเป็นก็จริง แต่การไม่ยอมให้ชีวิต ถูกจำกัดอยู่แค่ความผิดพลาดครั้งเดียว ก็เป็นความแข็งแรงอีกรูปแบบหนึ่ง
สุดท้าย เบน ซิมมอนส์ ควรถูกจดจำมากกว่าแค่นักบาสที่ไม่กล้าชู้ต เพราะเรื่องของเขาคือบทเรียนเรื่องพรสวรรค์ ร่างกาย ความมั่นใจ และภาพจำที่หนักเกินกว่าคนหนึ่งคนจะหนีพ้น เขาอาจแพ้บางเกมจริง แต่สิ่งที่ยากกว่าคือการแพ้ภาพจำของตัวเอง ในสายตาแฟนบาสทั้งโลก
เพราะความคาดหวังต่อเขาสูงตั้งแต่แรก เขาเป็นดราฟต์อันดับ 1 มีร่างกายระดับพิเศษ และเคยถูกมองว่าเป็นพอยต์การ์ดอนาคตของ NBA เมื่อผลงานตกลงอย่างแรง แฟนบาสจึงไม่ได้มองแค่ฟอร์มตก แต่มองว่าเขาใช้พรสวรรค์ไม่ถึงขีดสุด
จุดแข็งที่ยังไม่ควรถูกลืมคือเกมรับ การอ่านจังหวะ และการจ่ายบอลในทรานซิชัน ช่วงพีคเขาสามารถประกบผู้เล่นได้หลายตำแหน่ง รีบาวด์แล้วพาบอลขึ้นเอง และสร้างโอกาสให้เพื่อนโดยไม่ต้องถือบอลนาน นี่คือทักษะที่ไม่ใช่ผู้เล่นร่างใหญ่ทุกคนจะทำได้

