เจาะลึก เฟร็ด แวนวลีต ผู้ไร้ดราฟต์แต่ไม่ไร้คุณค่า

เฟร็ด แวนวลีต ผู้ไร้ดราฟต์แต่ไม่ไร้คุณค่า

เฟร็ด แวนวลีต ผู้ไร้ดราฟต์แต่ไม่ไร้คุณค่า เขาคือผู้เล่นไร้ดราฟต์ที่ฝ่าขึ้นมาจนเป็นแชมป์ NBA และคุณค่าของเขาไม่เคยอยู่แค่คำว่า “undrafted success story” เพราะสิ่งที่ทำให้เขาอยู่ในลีกระดับสูงได้ ไม่ใช่ปาฏิหาริย์ แต่คือความสามารถในการทำให้ทีมมีรูปทรง มีวินัย และมีจังหวะที่เล่นด้วยกันได้จริง

  • ความดื้อดึงของเฟร็ด แวนวลีตที่แปลงเป็นชัยชนะ
  • การ์ดที่ทำให้ทีมเด็กมีทรงขึ้น
  • คุณค่าของเฟร็ด แวนวลีตที่ไม่ได้หายไปพร้อมอาการบาดเจ็บ

จากผู้เล่นไร้ดราฟต์ สู่คนที่ทีมใหญ่กล้าใช้ในเกมชี้ชะตา

จุดเริ่มต้นของเฟร็ด แวนวลีต (Fred VanVleet) ในปี 2016 ไม่ได้สวยงาม เขาไม่ถูกเลือกในดราฟต์ ทั้งที่สร้างชื่อกับ Wichita State และถูกมองว่าเป็นการ์ดที่ฉลาด แข็งแรง และเล่นเพื่อทีมดี ปัญหาคือโลก NBA มองเขาผ่านข้อจำกัดชัดเจน ทั้งเรื่องส่วนสูง และความระเบิดในเชิง athleticism

แต่สิ่งที่ทำให้เขารอด ไม่ใช่การฝืนเป็นผู้เล่นแบบที่คนอื่นอยากให้เป็น เขาไม่พยายามปลอมตัวเป็นการ์ดตัวใหญ่ หรือสกอร์เรอร์สายโชว์ แต่เลือกสร้างตัวตน จากการตัดสินใจที่แม่นยำ เกมรับที่ยอมปะทะ การคุมจังหวะ และความนิ่งในเกมใหญ่ จนสุดท้ายจากผู้เล่นไร้ดราฟต์ ก็เปลี่ยนตัวเองเป็นคนที่โค้ชไว้ใจ

จุดสำคัญที่ทำให้ทั้งลีกต้องมองเขาใหม่จริงๆ คือ NBA Finals ปี 2019 กับ Toronto Raptors โดยเฉพาะเกม 6 ในเดือนมิถุนายน 2019 เมื่อเขาทำ 22 แต้ม และชู้ตลูกสำคัญ ที่ช่วยพาทีมขึ้นนำในช่วงท้าย เกมนั้นไม่ใช่แค่คืนที่เขาชู้ตลง แต่เป็นคืนที่พิสูจน์ว่าเขา ไม่กลัวเวทีสูงสุด (14 มิถุนายน 2019) [1]

คุณค่าของเฟร็ด แวนวลีตที่ไม่ได้เริ่มจากความหวือหวา

เฟร็ด แวนวลีต ผู้ไร้ดราฟต์แต่ไม่ไร้คุณค่า

ถ้ามองแบบผิวเผิน แวนวลีตอาจไม่ใช่พอยต์การ์ดที่หวือหวา เขาไม่ได้ตัวใหญ่ ไม่ได้สปีดจัด และไม่ได้จ่ายบอลแฟนซีทุกคืน แต่จุดเด่นของเขา คือการทำให้ทีมเข้าเซตง่ายขึ้น รู้จังหวะเร่ง รู้จังหวะผ่อน และทำให้เพื่อนเล่นบนฐานที่มั่นคงกว่าเดิม นี่คือคุณค่าที่ Rockets ต้องการ ตั้งแต่ดึงเขาเข้าทีม

ในเดือนกรกฎาคม 2023 ด้วยสัญญา 3 ปี 130 ล้านดอลลาร์ เพราะเวลานั้นทีมไม่ได้ต้องการแค่การ์ดทำแต้ม แต่ต้องการคนที่พาทีมดาวรุ่ง ออกจากความยุ่งเหยิงในเกมรุก ให้รู้จักการชนะ และเข้าใจว่าการครองบอลที่ดี ควรมีหน้าตาอย่างไร (31 มีนาคม 2026) [2]

ในทีมอายุน้อย ผู้เล่นแบบนี้มักสำคัญกว่าที่ตารางสถิติบอกเสมอ เพราะเขาไม่ได้แค่สร้างแอสซิสต์ แต่ช่วยให้ทีมเล่นบาสแบบมีโครงสร้าง และเมื่อทีมเริ่มดีขึ้น บทบาทของคนที่คอยจัดจังหวะ คุมวินัย และประคองเกมไม่ให้หลุด ก็มักใหญ่กว่าที่หลายคนเห็น

ช่วงที่พิสูจน์ว่าเฟร็ด แวนวลีตไม่ได้มีดีแค่เรื่องความนิ่ง

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 เขาระเบิด 54 แต้มใส่ Orlando Magic ทำสถิติแต้มสูงสุดในเกมเดียวของผู้เล่นไร้ดราฟต์ ในยุคดราฟต์สมัยใหม่ และยังเป็นสถิติแฟรนไชส์ของ Raptors ในเวลานั้น เกมนั้นสำคัญไม่ใช่แค่เพราะตัวเลข 54 แต้ม แต่เพราะมันบอกชัดว่าแวนวลีตไม่ได้มีดีแค่เกมคุมจังหวะ

เขาสามารถร้อนแรงระดับเปลี่ยนเกม ด้วยการชู้ตของตัวเองได้จริง ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 เขาได้ติด All-Star ครั้งแรก จุดนี้ยืนยันอีกขั้นว่าเขาไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล่าปลุกใจ แต่เป็นผลงานระดับลีก ที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ เป็นหนึ่งในผู้เล่นไร้ดราฟต์ไม่กี่คน ที่ทะลุไปถึงจุดนั้นได้

ภาพรวมเฟร็ด แวนวลีตทั้งด้านดี และด้านที่ถูกตั้งคำถาม

เฟร็ด แวนวลีต ผู้ไร้ดราฟต์แต่ไม่ไร้คุณค่า

รอบเพลย์ออฟปี 2025 กับ Golden State Warriors น่าจะเป็นช่วงที่อธิบายเฟร็ด แวนวลีตได้ครบที่สุด ใน 3 เกมแรกของซีรีส์ เขาชู้ตลงเพียง 26.8 เปอร์เซ็นต์จากฟิลด์โกล และ 20.7 เปอร์เซ็นต์จากสามแต้ม เฉลี่ย 11.3 แต้มกับ 4 แอสซิสต์ ตัวเลขนี้แย่พอให้คำวิจารณ์ถาโถมเข้ามาทันที

แต่สิ่งที่ทำให้เฟร็ด แวนวลีตยังถูกมองว่ามีค่า คือเขาไม่หายไปจากซีรีส์ง่ายๆ หลังจากนั้นเขาค่อยๆตอบสนองกลับมา เกม 5 เขาชู้ต 26 แต้ม เกม 6 เขาชู้ต 29 แต้ม พร้อม 8 แอสซิสต์ และ 8 รีบาวด์ สองเกมนั้นรวมกัน 55 แต้ม ช่วยลากซีรีส์ไปถึงเกม 7 ก่อนที่ฮิวสตัน ร็อกเก็ตส์จะจอดในที่สุด

สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่เขากลับมาชู้ตลง แต่คือรูปแบบที่เขากลับมา เขาไม่กลัวช็อตใหญ่ ไม่ถอยจากบทบาท และยังกล้ารับผิดชอบต่อเกมในช่วงที่ทีมหลังชนฝา นี่แหละคือความเป็นเฟร็ด แวนวลีตแบบเต็มรูป เขาอาจไม่ใช่ผู้เล่นที่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นผู้เล่นที่เมื่อเกมตึงที่สุด เขายังพร้อมรับน้ำหนักของมันไว้

คุณค่าของเฟร็ด แวนวลีตที่มีอยู่จริง กับข้อจำกัดที่เลี่ยงไม่ได้

ต้องยอมรับว่าคำวิจารณ์เฟร็ด แวนวลีตเรื่องประสิทธิภาพเกมรุกนั้นมีอยู่จริง เขาเคยมีฤดูกาลที่ชู้ตไม่คมพอ สำหรับการ์ดแกนหลัก และเมื่อเจอแนวรับที่บีบพื้นที่แคบ หรือมีตัวประกบใหญ่กว่า เขาจะเสียความได้เปรียบทางกายภาพทันที นอกจากนี้ เขาไม่ใช่การ์ดที่กดคันเร่งทะลุทั้งสนามได้ตลอดเวลา

ดังนั้นเมื่อทีมต้องการการสร้าง separation แบบดิบๆ เขาอาจไม่ตอบโจทย์เท่าการ์ดระดับท็อปบางคน ส่วนเรื่องภาพลักษณ์ต่อสาธารณะ เขาก็ไม่ใช่คนที่ไร้ประเด็น ในเดือนมีนาคม 2023 เขาโดนปรับ 30,000 ดอลลาร์ จากการวิจารณ์ผู้ตัดสินอย่างรุนแรง หลังเกมกับ Clippers (10 มีนาคม 2023) [3]

ซึ่งเกมนั้น Clippers มีทั้ง คาวาย เลียวนาร์ด และ พอล จอร์จ ลงเล่น กรณีนี้สะท้อนสองด้านพร้อมกัน ด้านหนึ่งคือเขาเป็นคนตรง และปกป้องทีม แต่อีกด้านหนึ่งก็บอกเช่นกันว่าอารมณ์ของเขา บางครั้งสามารถล้ำเส้นจนกลายเป็นปัญหาได้ เขาจึงไม่ใช่การ์ดที่ไม่มีข้อบกพร่อง

เมื่อชื่อของเฟร็ด แวนวลีตยังสำคัญ แม้ไม่ได้อยู่ในสนาม

หลังจบฤดูกาล 2024-25 ฮิวสตัน ร็อกเก็ตส์เลือกต่อสัญญาเฟร็ด แวนวลีตใหม่ ในเดือนมิถุนายน 2025 เป็น 2 ปี 50 ล้านดอลลาร์ การตัดสินใจนี้สำคัญมาก เพราะมันบอกว่าทีม ยังมองเขาเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างหลัก ไม่ใช่แค่ตัวผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านของทีมดาวรุ่งเท่านั้น

จากนั้นในเดือนกรกฎาคม 2025 เขายังถูกเลือกเป็นประธาน NBPA ซึ่งยิ่งขยายภาพของเฟร็ด แวนวลีตออกไปอีกว่า เขาไม่ได้มีน้ำหนักแค่ในระบบทีมตัวเอง แต่ยังได้รับความเชื่อถือ จากผู้เล่นทั้งลีกในบทบาทผู้นำด้วย แต่จุดเปลี่ยนที่หนักที่สุด เกิดขึ้นเมื่อมีรายงานว่าเฟร็ด แวนวลีตเอ็นไขว้หน้าเข่าฉีก

และอาจต้องพักยาวทั้งฤดูกาล 2025-26 จากตรงนั้น บทสนทนาในเรื่องของเขาก็เปลี่ยนโทนอีกครั้ง เพราะเมื่อผู้เล่นที่เคยถูกถามเรื่องความคุ้มค่าไม่อยู่จริงๆ ทีมจึงต้องพิสูจน์ว่าระบบ จะเดินต่ออย่างไร หากขาดคนที่คอยประคองรายละเอียดทั้งหมด

สรุป คุณค่าที่แท้จริง อยู่ในวิธีที่แวนวลีตทำให้ทีมเป็นทีม

สุดท้าย เฟร็ด แวนวลีต ผู้ไร้ดราฟต์แต่ไม่ไร้คุณค่า ไม่ใช่เพราะเขาเป็นเรื่องเล่าปลุกใจของผู้เล่นไร้ดราฟต์ และไม่ได้มีคุณค่าเพราะเขาเคยเป็น All-Star หรือเคยเป็นแชมป์เท่านั้น คุณค่าที่แท้จริงของเขา อยู่ที่การเป็นการ์ดที่ทำให้ทีม มีความเป็นทีมมากขึ้น ทำให้เกมไม่หลุด และทำให้ดาวรุ่งเล่นง่ายขึ้น

แวนวลีตมีคุณค่าต่อทีมตรงไหนมากที่สุด?

จุดที่ทำให้เฟร็ด แวนวลีตมีคุณค่ามากที่สุด ไม่ได้อยู่ที่แต้มเฉลี่ยอย่างเดียว แต่อยู่ที่การคุมจังหวะ จัดระเบียบเกม และทำให้คนรอบตัวเล่นง่ายขึ้น เขาเป็นการ์ดที่ช่วยให้ทีมมีทรงมากขึ้น โดยเฉพาะในทีมที่มีผู้เล่นอายุน้อย และยังต้องการคนประคองรายละเอียดของเกม

จุดอ่อนที่คนวิจารณ์เฟร็ด แวนวลีต บ่อยที่สุดคืออะไร?

คำวิจารณ์หลักมักอยู่ที่เรื่องขนาดตัว ประสิทธิภาพการชู้ตในบางฤดูกาล และข้อจำกัดเวลาเจอแนวรับที่บีบพื้นที่แคบ หรือมีตัวประกบใหญ่กว่า นอกจากนี้ เมื่อทีมต้องให้เขาแบกเกมรุกหนักเกินไป เขาก็มีโอกาสเสียความคมในฐานะตัวทำแต้มได้เหมือนกัน

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง