
เริ่มลงทุน ทามาสกัน อย่างไร ส่องสุนัขจากฟินแลนด์
- ดาวพุธ
- 9 views

เริ่มลงทุน ทามาสกัน อย่างไร ลงทุนกับสุนัข เริ่มต้นจากการค้นหาตลาด ที่ยังพบกลุ่มคนนิยมเลี้ยงทามาสกัน เพื่อลดความเสี่ยงในการขาดทุน แต่อาจจะไม่เหมาะในการเจาะตลาด ทางฝั่งเอเชียหรือในประเทศไทย เพราะไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก
สุนัขทามาสกัน มีต้นกำเนิดมาจากประเทศฟินแลนด์ ได้รับการยอมรับ ในเรื่องของความเป็นเอกลักษณ์ ที่คล้ายกับหมาป่า และยังได้รับ การยอมรับ จากสมาคมสายพันธุ์หายากของอเมริกา โดยรวมแล้ว มันมีสุขภาพดี พบโรคประจำตัว เพียงไม่กี่อย่าง ซึ่งสุนัขที่มีชื่อเสียง มีดังนี้
ที่มา: Tamaskan Dog (26 พฤษภาคม 2026) [1]
ทามาสกันเริ่มจำหน่าย ในราคา 1,200 – 1,700 ดอลลาร์สหรัฐ (สืบค้นเมื่อ 27 พฤษภาคม 2026) หรือประมาณ 39,100 – 55,400 บาท โดยมันออกลูกครั้งละ 6 – 10 ตัว ด้วยนิสัย ที่เห่าไม่บ่อยมากนัก จึงสามารถเลี้ยงไว้ ในบ้านได้อย่างไม่เกิดความรำคาญ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Dogbreedslist
ทามาสกันเป็นสุนัข ที่สามารถเข้ากับเด็กได้ดี มีความซื่อสัตย์ อ่อนโยนต่อเด็ก ชอบในการทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยรวมแล้ว มันค่อนข้างมีความฉลาด จึงง่ายต่อการฝึกฝน นอกจากนี้ มันยังต้องการ การดูแลน้อย เพราะผลัดขนอย่างหนัก เพียงปีละ 2 ครั้ง (3 มีนาคม 2026) [2]

ทามาสกันเป็นสุนัข ที่เลี้ยงง่าย มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ในช่วง 6 เดือนถึง 18 เดือน เมื่อมันได้รับสารอาหาร อย่างครบถ้วน เหมาะสำหรับผู้เลี้ยง ที่มีเวลาให้สุนัข นอกจากนี้ มันยังเป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่ ที่มีขนสวย ทำให้มีเสน่ห์ ที่น่าดึงดูด
ทามาสกันควรได้รับ อาหารประมาณ 3.5 ถ้วยใน 1 วัน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเดือนละ 45 – 60 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณวันละ 1.50 – 2 ดอลลาร์ ต่อ 1 วัน ซึ่งสุนัขเพศผู้ จะมีขนาดตัว ที่ใหญ่กว่าสุนัขเพศเมีย ส่วนการเจริญเติบโต ในแต่ละช่วง มีดังนี้
ช่วงอายุ 6 เดือน
ช่วงอายุ 12 เดือน
ช่วงอายุ 18 เดือน
ทามาสกันสุนัข ที่มีรูปร่างสูงโปร่ง ลักษณะคล้ายกับหมาป่า มีอายุเฉลี่ย 14 – 15 ปี ดวงตามีความเป็นเอกลักษณ์ เหมาะกับการเลี้ยงไว้ใช้งาน และเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนเล่น สิ่งที่ควรระวัง คือ กระดูกที่เสื่อมลง เมื่ออายุมากขึ้น ส่วนลักษณะ ที่บ่งบอกว่าสุนัข เป็นสายพันธุ์แท้ มีดังนี้
ที่มา: Tamaskan (22 กุมภาพันธ์ 2018) [3]
การลงทุนกับทามาสกัน ควรเริ่มต้นจากการหาต้นทุน เรียนรู้ถึงลักษณะนิสัย และการขยายพันธุ์ ที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้ร่างกายของสุนัขโทรม ที่สำคัญ คือ การค้นหาตลาดจำหน่าย ก่อนที่จะลงทุน เพราะมันเป็นสายพันธุ์ ที่เริ่มหายากขึ้นในปัจจุบัน
สุนัขมีข้อเสียในเรื่องความต้องการออกกำลังกายที่สูง ผู้เลี้ยงจึงต้องเสียสละมาดูแลสุนัขในเรื่องนี้เป็นประจำ และอาจจะไม่เหมาะที่จะเลี้ยงไว้ในพื้นที่แคบ มันค่อนข้างมีความระแวงต่อคนแปลกหน้า จึงต้องคอยดูแลเป็นพิเศษ เมื่อมีแขกมาหาที่บ้าน
สุนัขมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคลมชัก และภาวะโรคข้อสะโพกเสื่อม ที่เกิดจากการใช้ชีวิต บางครั้งกระดูกก็เสื่อมจากที่มีอายุมากขึ้น เพราะฉะนั้นควรตรวจสุขภาพให้มันเป็นประจำทุกปี เพื่อลดภาวะที่เกิดความร้ายแรง

