
ถาม-ตอบเกี่ยวกับ เรียนรู้ สุนัขแฮร์เรียร์
- ดาวพุธ
- 15 views

เรียนรู้ สุนัขแฮร์เรียร์ โดยสามารถฝึกวินัยได้ ด้วยการใช้เทคนิค เบี่ยงเบนความสนใจ เนื่องจากมันเป็นสายพันธุ์ที่จมูกไว ตามสัญชาตญาณของนักล่า โดยปกติมันค่อนข้างที่จะฝึกฝนได้ง่าย เมื่อได้รับการทดสอบความสามารถจากผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ยังเล็ก
แฮร์เรียร์เป็นสุนัข ที่มองผิวเผินแล้ว มีความคล้ายคลึงกับ สุนัขแฮมิลตันสโตวาเร ซึ่งมันค่อนข้าง มีความโดดเด่น ในการใช้งาน แม้ว่าในประเทศไทย จะเป็นที่รู้จักน้อย แต่ในต่างประเทศ มันถือเป็นสายพันธุ์ ที่มีความสำคัญ และได้รับความนิยมในสมัยก่อน
สุนัขแฮร์เรียร์ สามารถเลี้ยงในบ้านได้ หากมีการเตรียมพื้นที่ อย่างเหมาะสม เพื่อให้มัน ได้วิ่งเล่นอย่างสบายใจ นอกจากนี้ การปล่อยสุนัข ให้วิ่งเล่นนอกบ้าน เพื่อให้มันได้ใช้พลังงาน จะช่วยให้มัน เกิดความเครียดน้อยลง ทั้งนี้ควรระวัง เรื่องเสียงเห่า ที่อาจจะสร้างความรำคาญ ให้คนข้างบ้านได้
สุนัขแฮร์เรียร์มีจุดเด่น ด้านประสาทการดมกลิ่น การสะกดรอยตาม ที่มีความแม่นยำ และความอึดทน ในการวิ่ง ซึ่งมีความต่อเนื่อง และยาวนาน ด้วยรูปร่างที่สมส่วน มีความกะทัดรัด พร้อมทั้งกล้ามเนื้อที่แน่น ทำให้มันเคลื่อนไหว ได้อย่างคล่องตัว

ปัจจุบันสุนัขแฮร์เรียร์ ไม่ค่อยนิยมเลี้ยง ซึ่งมันกลายเป็นสายพันธุ์ ที่หายากขึ้น แม้ว่าจะมีนิสัยที่น่ารัก แต่ผู้คนส่วนใหญ่ ที่อาศัยอยู่ในเมือง มักเลือกเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์อื่น ที่มีขนาดกะทัดรัดกว่า โดยสุนัขแฮร์เรียร์พบเห็นได้ตามฟาร์ม ในแถบยุโรป และอเมริกา
สุนัขแฮร์เรียร์ เสี่ยงต่อการป่วย เป็นโรคภาวะข้อสะโพกเสื่อม โรคหลอดเลือดหัวใจ ตับเสื่อม รวมถึงอาการหูอักเสบ จากความชื้นหมักหมมในใบหู และภาวะกระเพาะอาหารบิดหมุน ซึ่งเกิดจาก การรับประทานอาหาร ที่เร็วหรือมากจนเกินไป เพราะฉะนั้น ผู้เลี้ยงจึงต้องควบคุมอาหาร อย่างเหมาะสม
สุนัขแฮร์เรียร์ไม่ควรเลี้ยง ในพื้นที่แคบ เช่น คอนโด หรือทาวน์โฮม และไม่ควรเลี้ยง หากไม่มีเวลา พาสุนัขออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน เนื่องจากสุนัขสายพันธุ์นี้ มีพลังงานสูง เมื่อถูกจำกัดบริเวณ จะเกิดความเครียดสะสม ซึ่งเป็นสาเหตุ ของการเห่าหอนเสียงดัง รวมถึงการทำลายข้าวของในบ้าน
สุนัขแฮร์เรียร์ควรดูแล ด้วยการแปรงขน สัปดาห์ละครั้ง เพื่อกำจัดขนที่หลุดร่วง และให้ขนของมันมีความเงางาม นอกจากนี้ การทำความสะอาดส่วนอื่นของร่างกาย เช่น หู ฟัน เล็บ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน (26 กรกฎาคม 2020) [1]
สุนัขแฮร์เรียร์ต้องการกินอาหาร ประมาณวันละ 2.5 ถ้วย เพื่อให้ร่างกายของมัน ทำงานได้อย่างคล่องตัว โดยมีค่าใช้จ่าย ประมาณเดือนละ 60 ถึง 67.50 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 1.75 ถึง 2.25 ดอลลาร์สหรัฐ (30 สิงหาคม 2006) [2]
สุนัขแฮร์เรียร์ควรได้รับ การดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม แม้ว่ามันจะมีร่างกาย ที่แข็งแรง แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะป่วยได้ง่าย เมื่ออายุมากขึ้น โดยการเลี้ยงสุนัข จำเป็นต้องเตรียมพื้นที่กว้าง เพราะมันมีพลังงานสูง หากจะเลี้ยงสุนัขไว้ เพื่อการใช้งาน ค่อนข้างที่จะคุ้มค่า ด้วยความสามารถ ที่โดดเด่นในการดมกลิ่น

