ใครคือผู้เล่นที่ Lakers ควรเทรดออก ก่อนทีมติดล็อก

ใครคือผู้เล่นที่ Lakers ควรเทรดออก

ใครคือผู้เล่นที่ Lakers ควรเทรดออก คำตอบแรกคือ Dalton Knecht เพราะบทบาท และมูลค่าในทีมลดลง สวนทางกับช่วงเวลาล่าแชมป์ของ Luka Doncic แต่ Lakers ไม่ควรปล่อยเขาเพียงเพื่อเปลี่ยนรายชื่อ หลังทีมจบฤดูกาล 53-29 ก่อนถูก Thunder กวาด 4-0 ในรอบรองชนะเลิศสายตะวันตก

  • จุดเปลี่ยนที่ทำให้ Knecht กลายเป็นสินทรัพย์เทรด
  • Vanderbilt และ Ayton ใครเหมาะอยู่ในแพ็กเกจมากกว่า
  • เซนเตอร์แบบไหนเข้ากับลูก้า ดอนซิช
  • เงื่อนไขของดีลที่ช่วย Lakers ลุ้นแชมป์จริง

ดีล Mark Williams เปลี่ยนสถานะของ Knecht อย่างไร?

ดีล Mark Williams เปลี่ยน Knecht จากดาวรุ่งที่ควรเก็บไว้ เป็นสินทรัพย์ที่ Lakers พร้อมใช้แก้จุดอ่อน ทีมตกลงส่งเขา พร้อม Cam Reddish, สิทธิ์สลับดราฟต์ปี 2030 และสิทธิ์รอบแรกปี 2031 ไป Charlotte เพื่อแลกเซนเตอร์ที่เหมาะกับ Doncic มากกว่า แม้ดีลถูกยกเลิกวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2025

เพราะไม่ผ่านเงื่อนไขการตรวจร่างกาย แต่การตัดสินใจครั้งนั้นแสดงให้เห็นว่า Lakers ไม่ได้วาง Knecht เป็นแกนที่แตะต้องไม่ได้ ทีมพร้อมยอมเสียทั้งผู้เล่นดราฟต์รอบแรก กับสิทธิ์อนาคต หากได้เซนเตอร์ที่เติมเกม pick-and-roll และการป้องกันห่วงกลับมา

สถานะของ Knecht ยิ่งเปราะบางหลังฤดูกาลที่สอง เขาลดจาก 9.1 แต้ม 2.8 รีบาวด์ และชู้ตสามแต้ม 37.6% ในปีรุกกี้ เหลือ 4.2 แต้ม 1.4 รีบาวด์ กับเวลาเพียง 10.2 นาทีต่อเกมในฤดูกาล 2025-26 การลดลงนี้สะท้อนว่า Lakers ไม่มีบทบาทชัดเจนให้เขาแล้ว (29 มิถุนายน 2026) [1]

ทำไมการเทรด Knecht คนเดียวอาจไม่ช่วยอะไร?

เพราะเงินเดือน 4.2 ล้านดอลลาร์ของ Knecht เล็กเกินกว่าจะแลกผู้เล่นตัวจริงที่เปลี่ยนระดับทีมได้ ขณะที่ผลงานปีล่าสุด ยังทำให้มูลค่าในตลาดลดลง Lakers จึงมีทางเลือกเพียงขายต่ำกว่าทุน แลกสิทธิ์ดราฟต์เล็กน้อย หรือใช้เขาเป็นชิ้นส่วนรองในแพ็กเกจที่มีเงินเดือน และสินทรัพย์อื่นรวมอยู่ด้วย

Jarred Vanderbilt คือสัญญาที่ต้องพ่วงหรือควรเก็บ?
Vanderbilt ควรเก็บไว้ หากทีมยังหาผู้เล่นเกมรับหลายตำแหน่งมาทดแทนไม่ได้ เขาเฉลี่ย 4.4 แต้ม 4.5 รีบาวด์ และ 1.3 แอสซิสต์ในฤดูกาลล่าสุด ตัวเลขเกมรุกไม่โดดเด่น แต่พลังงาน การรีบาวด์ และความสามารถสลับประกบ ยังเป็นสิ่งที่ผู้เล่นแนวรุกอย่าง Doncic กับ Austin Reaves ช่วยทีมไม่ได้เต็มที่

อย่างไรก็ตาม Vanderbilt เหมาะเป็นสัญญาพ่วง เพราะค่าจ้าง 12.43 ล้านดอลลาร์ช่วยให้ Lakers รวมเงินเดือนกับ Knecht เป็นราว 16.63 ล้านดอลลาร์ เพื่อแลกตัวจริงกลับมา แต่ควรปล่อยก็ต่อเมื่อได้ปีก two-way หรือเซนเตอร์ที่ลงปิดเกม Playoffs ได้จริง

ทำไม Deandre Ayton อาจเป็นดีลที่เปลี่ยนทีมมากที่สุด

ใครคือผู้เล่นที่ Lakers ควรเทรดออก

Ayton อาจเปลี่ยนโครงสร้างทีมได้มากที่สุด เพราะเขามีมูลค่า และเงินเดือนที่ใช้งานง่ายกว่าผู้เล่นสำรอง ฤดูกาล 2025-26 เขาเฉลี่ย 12.5 แต้ม 8.0 รีบาวด์ และชู้ตจากสนาม 67.1% แต่คำถามสำคัญคือประสิทธิภาพนั้น ช่วยยกระดับเกมรุกของ Doncic ได้มากพอหรือไม่ (12 พฤษภาคม 2026) [2]

ข้อจำกัดของ Ayton ไม่ใช่การจบสกอร์ แต่คือความต่อเนื่องในการตั้งสกรีน วิ่งเข้าหาห่วง และสร้างแรงกดดันเหนือห่วง เขามีเกมที่ทำ 18 แต้ม 17 รีบาวด์กับ Houston ก่อนตามด้วย 7 แต้ม 16 รีบาวด์ในเกมปิดซีรีส์ สะท้อนว่าเขาสร้างผลงานได้หลายแบบ

ล่าสุด Ayton ถูกคาดว่าจะใช้สิทธิ์ต่อสัญญาสำหรับฤดูกาล 2026-27 หากเกิดขึ้นจริง Lakers จะไม่จำเป็นต้องรีบขายเขาในราคาต่ำ เพราะสัญญานี้คุ้มสำหรับเซนเตอร์ตัวจริง แต่สามารถใช้เป็นฐานของดีล เพื่อหาเซนเตอร์ที่คล่องตัวกว่า หรือพ่วงกับสินทรัพย์อื่น เพื่อเติมปีกเกมรับที่ทีมขาด

ทำไมเซนเตอร์ธรรมดาไม่เพียงพอสำหรับ Doncic?

เพราะ การสร้างทีมรอบ Doncic ของ Lakers ไม่ได้ต้องการเพียงเซนเตอร์ตัวสูงที่รีบาวด์ได้ แต่ต้องเป็นผู้เล่นที่ตั้งสกรีนแข็ง เปลี่ยนทิศทางเร็ว และพุ่งเข้าหาห่วงจนแนวรับต้องเลือกระหว่างหยุดบอล กับป้องกัน alley-oop หากเซนเตอร์เคลื่อนที่ช้า เกมรับจะบีบพื้นที่ของ Doncic ได้ง่ายขึ้น

ความพ่ายแพ้ต่อ Thunder ในเกม 4 วันที่ 11 พฤษภาคม 2026 Ayton ทำเพียง 6 แต้มกับ 3 รีบาวด์ใน 21 นาที ก่อน Thunder ชนะ 115-110 Lakers จึงต้องมองหาเซนเตอร์ที่รับมือความเร็ว ป้องกันพื้นที่เปิด และสร้างแรงกดดันในทุกจังหวะ pick-and-roll ได้ตลอดซีรีส์ (12 พฤษภาคม 2026) [3]

ทำไม Austin Reaves ไม่ควรถูกใช้แก้ทุกดีล?

ใครคือผู้เล่นที่ Lakers ควรเทรดออก

Reaves ไม่ควรถูกเทรดเพียงเพราะมีมูลค่าสูงที่สุดรองจากดอนซิช เขาเพิ่งทำสถิติสูงสุดในอาชีพที่ 23.3 แต้ม 5.5 แอสซิสต์ และ 4.7 รีบาวด์จาก 51 เกม ก่อนมีรายงานตกลงสัญญาใหม่ 4 ปี 185 ล้านดอลลาร์ การปล่อยผู้สร้างเกมอันดับสองออกไป จะทำให้ทีมต้องหาคนทดแทนที่อาจแพงกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม Reaves ไม่ควรถูกมองว่าเทรดไม่ได้ตลอดไป สัญญาใหม่จะเริ่มต้น 41.3 ล้านดอลลาร์ในฤดูกาล 2026-27 ทำให้ความคาดหวังสูงขึ้นทั้งด้านเกมรับ ความพร้อมร่างกาย และผลงานใน Playoffs แต่ Lakers ควรประเมินเขาหลังได้เล่นกับทีมที่สมดุลก่อน ไม่ใช่ใช้เป็นทางลัดเพื่อแลกชื่อดังอีกคน

LeBron James และ Rui ไม่ใช่คำตอบของคำว่า “เทรดออก”
LeBron James และ Rui Hachimura ไม่ใช่ผู้เล่นที่ Lakers สามารถนำไปเทรดได้ตามปกติ เพราะทั้งคู่กำลังเข้าสู่ตลาดฟรีเอเจนต์ ทางเลือกคือเซ็นกลับ ปล่อยออก หรือทำ sign-and-trade โดยต้องได้รับความร่วมมือจากผู้เล่น และทีมปลายทาง โดยเฉพาะ Rui ที่ผลงานกำลังดีขึ้น

Lakers ต้องได้อะไรกลับมาถึงจะเรียกว่าเทรดคุ้ม?

Los Angeles Lakers ต้องได้ผู้เล่นที่แก้ปัญหาเฉพาะเจาะจง ไม่ใช่แค่มีชื่อเสียง เซนเตอร์เป้าหมายต้องป้องกันห่วง เคลื่อนที่ออกมารับมือการ์ด และเป็นเป้ารับ alley-oop ส่วนปีกต้องป้องกันตัวสร้างเกมของคู่แข่งได้ โดยไม่ถูกปล่อยว่างจนทำให้พื้นที่ของดอนซิชแคบลง

ดีลที่ใช้ Knecht กับ Vanderbilt จะคุ้มก็ต่อเมื่อผู้เล่นใหม่ สามารถอยู่ในชุดปิดเกมได้ เพราะทีมกำลังแลกทั้งชู้ตเตอร์อายุน้อย ตัวรับสารพัดประโยชน์ และอาจต้องเพิ่มสิทธิ์ดราฟต์ หากผลตอบแทนยังเป็นผู้เล่นที่ถูกลดบทบาทใน Playoffs ทีมจะเพียงย้ายปัญหาจากตำแหน่งหนึ่ง ไปสู่อีกตำแหน่ง

ส่วนการเทรด Ayton ต้องให้ผลตอบแทนที่ชัดกว่าเดิม เพราะเงินเดือน 8.1 ล้านดอลลาร์กับผลงาน 12.5 แต้ม 8.0 รีบาวด์ถือว่าคุ้มค่า การปล่อยเขาจะสมเหตุสมผล เมื่อได้เซนเตอร์ที่เข้ากับดอนซิชมากกว่า หรือช่วยเปิดทางให้ทีมเติมทั้งวงใน กับเกมรับด้านข้างพร้อมกัน

สรุป Lakers ต้องเทรดเพื่อยกระดับ ไม่ใช่แค่ระบายผู้เล่น

ในท้ายที่สุดแล้ว ใครคือผู้เล่นที่ Lakers ควรเทรดออก ควรเริ่มเจรจาเทรด Dalton Knecht เพราะบทบาทลดลง และไม่สอดคล้องกับช่วงเวลาล่าแชมป์ของทีม ส่วน Jarred Vanderbilt เหมาะเป็นสัญญาพ่วง หากช่วยให้ได้ตัวจริงที่ยกระดับเกมรับ หรือวงในกลับมา

เลเกอร์สควรรีบเทรดช่วงซัมเมอร์ หรือรอถึงเส้นตาย?

ควรทำดีลช่วงซัมเมอร์ หากพบผู้เล่นที่เหมาะกับระบบ เพราะทีมใหม่ต้องมีเวลาสร้างความเข้าใจก่อนฤดูกาลเริ่ม แต่การรอถึงเส้นตายอาจช่วยให้เห็นจุดอ่อนจริง และต่อรองได้แม่นยำกว่า

เลเกอร์สควรหา All-Star เพิ่ม หรือเติมผู้เล่นตามบทบาท?

ควรเน้นผู้เล่นตามบทบาทมากกว่า เพราะทีมมีผู้สร้างเกม และทำแต้มเพียงพอแล้ว สิ่งที่ขาดคือเกมรับ การชู้ตโดยไม่ครองบอล และผู้เล่นที่ทำงานสกปรกได้ตลอดซีรีส์

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง