
Rockets พร้อมล้ม Thunder หรือยัง เมื่อเกมรุกยังไม่นิ่ง
- Harry P
- 14 views

Rockets พร้อมล้ม Thunder หรือยัง คำตอบคือ ยังไม่พร้อมในฐานะทีมที่เหนือกว่า แต่มีเครื่องมือมากพอจะสร้างซีรีส์ที่สูสีได้ Rockets จบฤดูกาลด้วยสถิติ 52-30 ขณะที่ Thunder ทำได้ 64-18 ช่องว่างไม่ได้อยู่แค่ 12 ชัยชนะ แต่รวมถึงความนิ่งในการสร้างแต้ม และปิดเกมภายใต้แรงกดดันด้วย
เกมเปิดฤดูกาล คือสัญญาณที่ดีหรือภาพลวง?
เป็นสัญญาณที่ดีมากกว่าภาพลวง เพราะ Rockets ใช้ขนาดตัว และเกมวงในกดดัน Thunder ได้จริง แม้จะแพ้ 124-125 หลังสองช่วงต่อเวลา เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2025 โดย Alperen Sengun ทำ 39 แต้ม 11 รีบาวด์ และ 7 แอสซิสต์ (22 ตุลาคม 2025) [1]
ทำไมความพ่ายแพ้ 91-111 จึงสำคัญกว่าที่เห็น?
เพราะเกมวันที่ 15 มกราคม 2026 แสดงว่ารีบาวด์มากกว่าไม่ได้แปลว่าเกมรุกดีกว่า Rockets ชนะรีบาวด์ 60-44 และเก็บรีบาวด์เกมรุก 23 ครั้ง แต่ชู้ตลงเพียง 33.7% ก่อนแพ้ควอเตอร์สุดท้าย 16-34 สะท้อนว่าทีมสร้างโอกาสเพิ่มได้ แต่เปลี่ยนเป็นแต้มได้ไม่มากพอ (16 มกราคม 2026) [2]
ชัยชนะวันที่ 7 กุมภาพันธ์ มีความหมายแค่ไหน?
มีความหมายในฐานะแผนตัวอย่าง แต่ยังยืนยันไม่ได้ว่า Rockets เหนือกว่า Thunder แม้จะชนะ 112-106 จาก 26 แต้มของ Tari Eason และทริปเปิล-ดับเบิลของ Sengun แต่ OKC ขาด Shai Gilgeous-Alexander จึงควรมองว่า Rockets มีเครื่องมือสร้างปัญหา มากกว่าพร้อมชนะสี่เกมในเพลย์ออฟแล้ว

เพราะร็อกเก็ตส์ยังสร้างความได้เปรียบในเกมครึ่งสนามได้ไม่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อคู่แข่งปิดทางวิ่ง และบังคับให้ตัดสินใจจากการเลี้ยงบอล ร็อกเก็ตส์แพ้ Lakers รอบแรก 2-4 ทั้งที่คู่แข่งขาด Luka Doncic ตลอดซีรีส์ ส่วน Kevin Durant ลงได้เพียงเกมเดียว
จุดต่ำสุดคือวันที่ 1 พฤษภาคม 2026 เมื่อร็อกเก็ตส์แพ้เกม 6 ด้วยสกอร์ 78-98 โดยชู้ตจากสนามเพียง 35% และสามแต้มลง 5 จาก 28 ครั้ง Reed Sheppard ชู้ตสามแต้ม 1 จาก 10 ขณะที่ทีมไม่สามารถใช้เกมรับเปลี่ยนเป็นแต้มง่ายได้ เมื่อเกมช้าลง จึงเหลือแต่การเล่นที่คาดเดาได้ และพึ่งช็อตยากมากเกินไป
Durant แก้ปัญหาการสร้างช็อตได้จริงแค่ไหน?
Durant ช่วยแก้ปัญหาการสร้างช็อตช่วงท้ายเกมได้โดยตรง แต่การพึ่งผู้เล่นวัย 37 ปีเพียงคนเดียวยังมีความเสี่ยง นั่นทำให้ร็อกเก็ตส์ถูกมองเป็นหนึ่งใน ทีม NBA ที่น่าจับตาในตลาดเทรด 2026 หากต้องการเพิ่มตัวสร้างช็อตก่อนลุ้นแชมป์เต็มตัว
Fred VanVleet ช่วยได้ในฐานะผู้ควบคุมจังหวะ
เพราะทีมขาดคนที่พาบอลผ่านแรงกดดัน จัดตำแหน่งเพื่อน และเรียกการเล่นช่วงท้ายเกมได้ หลังเขาเอ็นไขว้หน้าหัวเข่าขวาฉีกเมื่อเดือนกันยายน 2025 และพลาดฤดูกาลทั้งหมด แต่คำถามคือความเร็ว และความคล่องตัวจะกลับมาได้มากแค่ไหน
Bruce Thornton เติมการชู้ต และการตัดสินใจได้
แต่ยังไม่ควรถูกมองเป็นคำตอบทันที ร็อกเก็ตส์เทรดขึ้นมาเลือก Bruce Thornton อันดับ 31 ใน NBA Draft เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2026 หลังเขาทำเฉลี่ย 19.9 แต้ม 5.1 รีบาวด์ และ 3.9 แอสซิสต์ กับ Ohio State (25 มิถุนายน 2026) [3]

ธันเดอร์มีปัญหาเมื่อเกมรุกต้องพึ่ง Shai Gilgeous-Alexander มากเกินไป หากคู่แข่งปิดผู้เล่นคนอื่นได้ ภาระทำแต้มจะตกอยู่กับ Gilgeous-Alexander แทบทั้งหมด เกม 7 เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2026 Spurs ชนะ 111-103 โดยมีผู้เล่นทำแต้มสองหลักถึง 7 คน ทำให้ธันเดอร์รับมือได้ยาก
อีกจุดคือ Spurs ใช้การชู้ตสามแต้ม ดึงผู้เล่นวงในของธันเดอร์ออกจากใต้แป้น โดยชู้ตลง 17 จาก 40 ครั้ง หรือ 42.5% เมื่อพื้นที่วงในเปิด De’Aaron Fox และ Stephon Castle จึงบุกเข้าหาห่วงได้ง่ายขึ้น และบังคับให้แนวรับ ธันเดอร์ต้องเลือกว่าจะปิดวงใน หรือออกไปป้องกันวงนอก
อย่างไรก็ตาม เกมนี้ยังใช้เป็นสูตรสำเร็จไม่ได้ทั้งหมด เพราะธันเดอร์ขาด Jalen Williams และ Ajay Mitchell ขณะที่ Chet Holmgren มีเพียง 4 แต้ม ร็อกเก็ตส์จึงควรเรียนรู้เรื่องการกระจายเกมรุกหลายจุด แต่ไม่ควรคิดว่าแค่มีผู้เล่นตัวใหญ่ก็หยุด Oklahoma City Thunder ได้ทันที
ร็อกเก็ตส์ควรใช้จุดเด่นของ Sengun และ Durant แทนการพยายามเล่นเหมือน Spurs โดยให้ Sengun เป็นศูนย์กลางในการจ่ายบอล และดึงผู้เล่นวงในของธันเดอร์ออกจากใต้แป้น จากนั้นเปิดทางให้ Thompson ตัดเข้าไปทำแต้ม หรือส่งบอลให้ Durant เล่นในจุดที่ได้เปรียบ
ร็อกเก็ตส์ยังต้องจัดระยะห่างให้ Thompson และ Sengun ไม่ยืนปิดพื้นที่กันเอง ทางเลือกคือใช้ Thompson เป็นตัวสกรีน และตัวตัด มากกว่าปล่อยให้ยืนรอบอลนอกเส้นสามแต้ม พร้อมให้ Jabari Smith Jr. และ Tari Eason ยืนบริเวณมุมสนาม เพื่อทำให้ OKC ส่งตัวช่วยเกมรับได้ยากขึ้น
อีกทางคือใช้ Jabari เล่นเซนเตอร์ในบางช่วง เพื่อเพิ่มความเร็ว และการชู้ต พร้อมให้ Thompson เป็นตัวถือบอลหลัก แผนนี้อาจเสียเปรียบเรื่องรีบาวด์ แต่ช่วยบังคับให้ธันเดอร์ ต้องเลือกระหว่างใช้ชุดเล็กตามร็อกเก็ตส์ หรือคงผู้เล่นวงในไว้ แล้วเปิดพื้นที่ให้ Durant เล่นแบบตัวต่อตัว
ค่าใช้จ่ายอาจลดความลึกของธันเดอร์ในอนาคต แม้ยังไม่กระทบแกนหลักทันที โดยเงินเดือนทีมฤดูกาล 2026-27 ถูกประเมินไว้ประมาณ 260.35 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นมากกว่า 60 ล้านดอลลาร์ หลังสัญญาใหม่ของ Shai, Jalen Williams และ Holmgren เริ่มมีผล
สัญญาณแรกเกิดขึ้นวันที่ 22 มิถุนายน 2026 เมื่อธันเดอร์ส่ง Aaron Wiggins ไป Hawks แลกกับสิทธิ์ดราฟต์รอบที่สองสองสิทธิ์ Wiggins ทำเฉลี่ย 9.4 แต้มในฤดูกาลล่าสุด การเสียผู้เล่นหมุนเวียนที่ชู้ต และป้องกันได้ อาจทำให้ธันเดอร์ต้องพึ่งผู้เล่นดาวรุ่ง หรือรุกกี้มากขึ้นในฤดูกาลหน้า
แต่ร็อกเก็ตส์ไม่ควรรอให้ปัญหาการเงินทำลายธันเดอร์เอง เพราะ Sam Presti ระบุว่ายังไม่มีแรงกดดันให้รื้อทีม และธันเดอร์ยังมีสิทธิ์ดราฟต์จำนวนมากสำหรับเติมผู้เล่นต้นทุนต่ำ ร็อกเก็ตส์จึงต้องยกระดับเกมรุกของตัวเอง ไม่ใช่ฝากความหวังไว้กับการที่คู่แข่งอ่อนลง
สุดท้าย ร็อกเก็ตส์ยังไม่พร้อมล้มธันเดอร์แบบเต็มตัว แม้จะมีเกมรับ ขนาดตัว และกลุ่มผู้เล่นอายุน้อย ที่พอสร้างปัญหาให้ธันเดอร์ได้ แต่ทีมยังต้องรักษาแกนหลักให้สมบูรณ์ เพิ่มการ์ดที่สร้างเกมเองได้อีกหนึ่งคน รวมถึงการพิสูจน์ว่าเกมรุก จะไม่หยุดนิ่งเมื่อเข้าสู่รอบเพลย์ออฟ
ทำได้ หากร็อกเก็ตส์ใช้เขาเป็นทั้งตัวทำแต้ม และตัวจ่ายบอล Sengun สามารถดึงผู้เล่นวงในออกจากใต้แป้น แต่ต้องลดเทิร์นโอเวอร์ เมื่อเจอการดักบอล และการช่วยป้องกันที่รวดเร็ว
แกนดาวรุ่งยังมีเวลาเติบโต แต่ช่วงที่ Durant ยังรักษามาตรฐานระดับสูงได้อาจไม่ยาวมาก ร็อกเก็ตส์จึงต้องหาจุดสมดุลระหว่างการพัฒนาผู้เล่น กับการเสริมทีมเพื่อชนะทันที

