
ผลกระทบจาก เอล นีโญ 2026 ส่งผลต่อไทยอย่างไร
- Pet Noi
- 18 views

ผลกระทบจาก เอล นีโญ 2026 ไทยอาจเผชิญอากาศร้อน ฝนน้อย ภัยแล้ง น้ำต้นทุนลดลง และความเสี่ยงต่อภาคเกษตรในบางพื้นที่ โดยระดับผลกระทบขึ้นอยู่กับสภาพอากาศจริง แหล่งน้ำ และความพร้อมของแต่ละพื้นที่ ในช่วงปีนั้น ๆ

ผลกระทบจากเอลนีโญที่ไทยต้องระวังมากที่สุด คือ เรื่องน้ำกับภาคเกษตร โดย สทนช. ระบุว่า ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 35 แห่งในภาคกลาง รวมถึงภาคตะวันออกอาจมีน้ำต่ำกว่า 50% จึงต้องจับตาการจัดสรรน้ำในพื้นที่เสี่ยง (3 เมษายน 2026) [1]
ผลกระทบนี้ยังเชื่อมไปถึงอากาศร้อน สุขภาพ และค่าครองชีพ เพราะเมื่อน้ำต้นทุนลดลง หรือฝนทิ้งช่วงนานขึ้น ภาคเกษตรอาจใช้น้ำได้จำกัด ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และผลผลิตบางชนิดลดลง จนอาจกระทบราคาสินค้าบางกลุ่ม รวมถึงการใช้น้ำของครัวเรือนในพื้นที่เสี่ยง บางช่วงได้
อากาศร้อนและฝนน้อยลง ทำให้การใช้ไฟฟ้าในบ้านเพิ่มขึ้น โดย MEA รายงานว่าเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ความต้องการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพฯ แตะ 9,029.62 เมกะวัตต์ โดยเฉพาะช่วงเวลา 15.30 – 16.00 น. สะท้อนว่าช่วงอากาศร้อนมีผลต่อการใช้พลังงาน (3 เมษายน 2026) [2]
ฝนน้อยยังทำให้เรื่องน้ำกระทบชีวิตประจำวัน ได้ชัดขึ้น โดยข้อมูลจาก ThaiPublica ระบุว่าปี 2569 ไทยมีแนวโน้มเข้าสู่เอลนีโญ ในช่วงมิถุนายน – สิงหาคม ด้วยความน่าจะเป็น 62% และคาดว่าปริมาณฝนปี 2569 อาจต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 30 ปี (22 เมษายน 2026) [3]
ผลกระทบที่คนทั่วไปอาจเจอคือ ใช้น้ำต้องระวัง ทำกิจกรรมกลางแจ้งลำบาก บวกกับร่างกายเหนื่อยง่ายกว่าเดิม โดยเฉพาะคนทำงานกลางแจ้ง เด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคประจำตัวที่ไวต่ออากาศร้อน มากกว่าคนทั่วไป จึงอาจต้องปรับเวลาทำกิจกรรม บวกสังเกตอาการอ่อนเพลียมากขึ้น
ภาพรวมความเสี่ยงเริ่มจากภาคเกษตร เพราะกระทรวงเกษตรฯ ระบุว่า GDP เกษตรไตรมาส 1/2569 ขยายตัว 2.4% แต่ทั้งปี 2569 คาดขยายตัวเพียง 0.5 – 1.5% และต้องติดตามเอลนีโญช่วงครึ่งหลังปี ที่อาจทำให้ฝนทิ้งช่วง (15 พฤษภาคม 2026) [4]
ด้านน้ำ ความเสี่ยงสำคัญคือ ปริมาณน้ำต้นทุนอาจไม่พอในบางพื้นที่ หากฝนมาช้าหรือฝนทิ้งช่วงนานขึ้น พื้นที่เพาะปลูกที่พึ่งพาน้ำฝน หรือแหล่งน้ำธรรมชาติ อาจได้รับผลกระทบเร็วกว่า จนอาจกระทบการอุปโภคบริโภคในบางพื้นที่ ที่น้ำมีจำกัด
ด้านสุขภาพ อากาศร้อนกับความแห้งแล้ง อาจทำให้ร่างกายเหนื่อยง่าย เสี่ยงขาดน้ำ จนกระทบคนทำงานกลางแจ้งมากขึ้น โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ รวมถึงผู้มีโรคประจำตัวที่ไวต่อความร้อน จึงต้องระวังอาการผิดปกติ ในวันที่อากาศร้อนจัดต่อเนื่อง

ไทยควรประเมินผลกระทบ พร้อมกับประเมินประเด็น เอล นีโญ ทำให้โลกร้อนขึ้นจริงไหม จากปัจจัยด้านสภาพอากาศ เช่น อุณหภูมิสูง ฝนทิ้งช่วง บวกความชื้นที่เปลี่ยนแปลง เพราะปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อเกษตร น้ำ สุขภาพของประชาชน รวมถึงการใช้ชีวิตในแต่ละพื้นที่
นอกจากนี้ ควรติดตามปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำ การใช้น้ำของครัวเรือน รวมไปถึงความพร้อมของพื้นที่เพาะปลูก เพื่อวางแผนรับมือการขาดแคลนน้ำ ลดความเสี่ยงต่อผลผลิต และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของประชาชน ในช่วงเอลนีโญได้เหมาะสมขึ้น
พื้นที่เสี่ยงภัยแล้งในหลายพื้นที่ หลายจังหวัด ควรถูกจับตาเพราะฝนทิ้งช่วง อาจทำให้น้ำต้นทุนไม่เพียงพอต่อการเกษตร รวมถึงอุปโภคบริโภคต่าง ๆ ส่งผลให้ผลผลิตพืชลดลง ต้นทุนสูงขึ้น จนอาจไปกระทบการใช้น้ำในชีวิตประจำวัน ของบางชุมชนที่พึ่งพาแหล่งน้ำเดิม
พื้นที่ที่พึ่งพาฝนเป็นหลักโดยไม่มีระบบชลประทานรองรับ มีความเสี่ยงสูงกว่า พื้นที่เหล่านี้อาจประสบปัญหาการขาดน้ำเร็ว กว่าพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำสำรองหรืออ่างเก็บน้ำ โดยเฉพาะช่วงที่ฝนมาช้า หรือฝนตกไม่ต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ทำให้ต้องวางแผนใช้น้ำอย่างรอบคอบมากขึ้น
นอกจากนี้ ความร้อนกับความแห้งแล้งต่อเนื่อง อาจกระทบสุขภาพของคนในพื้นที่โดยตรง ทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ รวมไปถึงผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง เช่น ชาวนา หรือคนขายพวงมาลัย ต้องเฝ้าระวังอาการอ่อนเพลีย ขาดน้ำ หรือเจ็บป่วยจากความร้อน ในช่วงที่อากาศร้อนจัดนานหลายวัน ติดต่อกัน
พฤติกรรมคนค้นหาที่กังวลเรื่องอากาศ กับเรื่องค่าครองชีพ มักเริ่มจากการดูว่าอากาศร้อนหรือภัยแล้ง จะกระทบของกินแค่ไหน โดย Reuters รายงานเมื่อ 4 มิถุนายน 2026 ว่าราคาข้าวในศูนย์ส่งออกหลักของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพิ่มขึ้นราว ๆ 15% (4 มิถุนายน 2026) [5]
คนจำนวนหนึ่งจึงไม่ได้ค้นหาแค่พยากรณ์อากาศ แต่ต้องการเข้าใจผลต่อชีวิตจริง เช่น ราคาข้าว อาหารสด ค่าไฟ บวกการใช้น้ำในบ้าน เพราะเรื่องอากาศสามารถเชื่อมกับรายจ่ายประจำวัน การวางแผนซื้อของ และความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้ โดยตรง
อีกกลุ่มคือ เกษตรกรหรือคนที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตร ซึ่งมักติดตามฝน แหล่งน้ำ และความเสี่ยงผลผลิตลดลง เพื่อประเมินต้นทุน การเพาะปลูก กับราคาสินค้าที่อาจเปลี่ยนไปในช่วงเอลนีโญ รวมถึงจังหวะตัดสินใจเรื่องการใช้น้ำ บวกกับรอบการผลิตในแต่ละฤดูกาล
ผลกระทบจากเอลนีโญ ควรเข้าใจว่าไม่ใช่แค่เรื่องอากาศร้อน หรือฝนน้อย แต่เป็นความเสี่ยงที่เชื่อมถึงน้ำ เกษตร สุขภาพ รวมไปถึงค่าครองชีพ โดยความรุนแรงจะแตกต่างกันตามพื้นที่ ช่วงเวลา และความพร้อมในการจัดการน้ำของแต่ละภูมิภาค
คนทั่วไปควรติดตามข้อมูลหลัก ๆ คือ พยากรณ์ฝน อุณหภูมิ ปริมาณน้ำในพื้นที่ บวกการประกาศด้านสุขภาพช่วงอากาศร้อน เพราะข้อมูลเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการใช้น้ำ การเดินทาง การทำงานกลางแจ้ง รวมถึงการดูแลร่างกายในชีวิตประจำวันโดยตรง
จุดที่ต้องระวังเมื่อตีความข่าวเอลนีโญ คือ ไม่ควรมองว่าทุกพื้นที่จะได้รับผลกระทบเท่ากัน เพราะความร้อน ฝนน้อย หรือภัยแล้งขึ้นอยู่กับช่วงเวลา พื้นที่ บวกปัจจัยสภาพอากาศอื่น ๆ ร่วมด้วย จึงควรแยกให้ออกระหว่างการคาดการณ์ ความเสี่ยง และสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงปี

