Chicago Bulls ที่กำลังเริ่มต้นใหม่ การรีบิวด์ที่ไม่มีทางลัด

Chicago Bulls ที่กำลังเริ่มต้นใหม่

Chicago Bulls ที่กำลังเริ่มต้นใหม่ ทีมกำลังรื้อทั้งวิธีเลือกคน โครงสร้างการบริหาร และรูปแบบการเล่น หลังจบฤดูกาล 2025-26 ด้วยสถิติ 31-51 การรีบิวด์ครั้งนี้จึงต้องตอบให้ได้ว่า ทีมกำลังสร้างผู้ท้าชิงในอนาคต หรือเพียงแค่ออกจากความครึ่งๆกลางๆแบบเดิม ไปสู่ความไม่แน่นอนรูปแบบใหม่

  • จุดเปลี่ยนจากทีมลุ้น Play-In สู่การสร้างทีมใหม่
  • พิมพ์เขียว SLAP และทิศทางของดาวรุ่งบูลส์
  • ปัญหาเกมรุกของทีมชิคาโก บูลส์ที่ยังรอคำตอบ

Chicago Bulls เริ่มต้นใหม่จริง หรือแค่เปลี่ยนคนคุมทีม?

เริ่มต้นใหม่จริง ไม่ใช่แค่เปลี่ยนคนคุมทีม เพราะ Bulls เปลี่ยนพร้อมกันทั้งแกนผู้เล่น ฝ่ายบริหาร และหัวหน้าโค้ช ทีมที่เคยพยายามรักษาพื้นที่ Play-In เริ่มยอมรับว่าโครงสร้างเดิม ไม่สามารถพัฒนาไปสู่ระดับลุ้นแชมป์ได้ หลังไม่ผ่านเข้ารอบ Playoffs ติดต่อกันสี่ฤดูกาล

หลักฐานชัดที่สุดคือวันที่ 6 เมษายน 2026 เมื่อสโมสรปลด Artūras Karnišovas และ Marc Eversley ซึ่งทำสถิติรวม 224-254 ตลอดหกฤดูกาล และพาทีมเข้า Playoffs ได้เพียงครั้งเดียวในปี 2022 (7 เมษายน 2026) [1] จากนั้น Bryson Graham ได้รับการเปิดตัวเป็นผู้บริหารคนใหม่

จุดแตกหักจากทีมลุ้น Play-In สู่ทีมสะสมทางเลือก การเปลี่ยนแกนครั้งใหญ่ทำให้ Chicago Bulls กลายเป็นหนึ่งใน ทีม NBA ที่อาจเปลี่ยนโฉมในซัมเมอร์ 2026 เพราะทีมไม่ได้สะสมแค่ดาวรุ่ง แต่ยังเปิดพื้นที่สำหรับการเทรด และการรับสัญญาใหม่ในอนาคต

SLAP คือพิมพ์เขียวใหม่ของ Bulls ใช่ไหม?

Chicago Bulls ที่กำลังเริ่มต้นใหม่

ใช่ SLAP คือพิมพ์เขียวใหม่ที่ Bryson Graham ใช้อธิบายผู้เล่นแบบที่ Bulls ต้องการ โดยย่อมาจาก Size, Length, Athleticism และ Physicality หรือความสูง ความยาวแขน ความเป็นนักกีฬา และความแข็งแกร่ง แนวคิดนี้ให้ความสำคัญกับผู้เล่น ที่รับมือได้หลายตำแหน่ง (21 พฤษภาคม 2026) [2]

เป้าหมายคือสร้างทีมที่กดดันบอล สลับตัวประกบ และเปลี่ยนเกมรับเป็นเกม transition ได้ง่ายขึ้น เพราะ Bulls ฤดูกาล 2025-26 เล่นด้วย Pace อันดับ 2 แต่มี Defensive Rating เพียงอันดับ 22 พร้อมเสียเฉลี่ย 121.5 แต้มต่อเกม ความเร็วที่ไม่มีเกมรับรองรับ จึงกลายเป็นการเพิ่มจำนวนโอกาสให้คู่แข่ง

อย่างไรก็ตาม SLAP เป็นเพียงเกณฑ์คัดผู้เล่น ไม่ใช่ระบบที่รับประกันความสำเร็จ ทีมยังต้องมีการชู้ต การตัดสินใจ และคนสร้างแต้มในครึ่งสนาม หากเน้นรูปร่างกับพลังมากเกินไป Bulls อาจแข็งแรงขึ้นในเกมรับ แต่พบปัญหาเดิมเมื่อคู่แข่งถอยไปปิดวงใน และบังคับให้ชนะด้วยการชู้ตระยะไกล

Wilson และ Swain บอกอะไรเกี่ยวกับทิศทางใหม่?

ทั้งสองคนยืนยันว่า Bulls กำลังเลือกผู้เล่น ตามพิมพ์เขียวมากกว่าชื่อเสียง วันที่ 23 มิถุนายน 2026 ทีมใช้อันดับ 4 เลือก Caleb Wilson ฟอร์เวิร์ดพลังสูงจาก North Carolina และใช้อันดับ 15 เลือก Dailyn Swain วิงที่สร้างเกมกับรับมือได้หลายตำแหน่งจาก Texas

Wilson เฉลี่ย 19.8 แต้ม 9.4 รีบาวด์ และชู้ตลง 57.8% แต่ลงสามแต้มเพียง 25.9% ส่วน Swain ทำ 17.3 แต้ม 7.5 รีบาวด์ และ 3.6 แอสซิสต์ จุดร่วมคือพลังงาน การบุกเข้าหาห่วง และความยืดหยุ่น ขณะที่มีสิ่งที่ต้องพัฒนาร่วมกันคือ เกมนอกวงใน เพื่อไม่ให้ไลน์อัพของ Bulls ขาด spacing

ปัญหาของทีม ที่ความสูง และความยาวแขนแก้ไม่ได้
คือ spacing และคุณภาพการสร้างแต้มในครึ่งสนาม เพราะการมี Giddey, Wilson, Swain และผู้เล่นวงในพร้อมกันอาจทำให้พื้นที่บุกแคบลง หากการชู้ตของดาวรุ่งยังไม่น่าเชื่อถือ คู่แข่งสามารถถอยไปช่วยใต้แป้น ลดประสิทธิภาพการบุกเข้าหาห่วง และบังคับให้ Bulls ชนะจากจุดที่ผู้เล่นชุดนี้ยังไม่ถนัด

Tiago Splitter ต้องเปลี่ยนทีมที่เล่นเร็วแต่หลวมอย่างไร?

Chicago Bulls ที่กำลังเริ่มต้นใหม่

Splitter ต้องเปลี่ยนความเร็วที่ไร้การควบคุม ให้เป็นความเร็วที่เกิดจากเกมรับ เขาได้รับแต่งตั้งวันที่ 16 มิถุนายน 2026 หลังพา Portland จบฤดูกาลด้วยสถิติ 42-40 และผ่านเข้า Playoffs ในฐานะเฮดโค้ชชั่วคราว งานแรกของเขาคือทำให้ทุกการวิ่งมีโครงสร้าง และวัตถุประสงค์ (16 มิถุนายน 2026) [3]

ในเกมรับ ชิคาโก บูลส์ต้องลดการเสียตำแหน่งหลังสลับตัวประกบ รวมถึงกำหนดหน้าที่ของฟอร์เวิร์ดอายุน้อยให้ชัดเจน ทีมมีผู้เล่นร่างกายดีหลายคน แต่ความยาวแขนไม่มีประโยชน์ หากการสื่อสารช้า ปิดพื้นที่ไม่ทัน หรือไม่มีใครรับผิดชอบรีบาวด์ หลังช่วยป้องกันห่วง

ในเกมรุก Splitter ต้องแบ่งบทบาทให้ Giddey เป็นผู้สร้างจังหวะ โดยไม่ทำให้ Buzelis และ Wilson กลายเป็นผู้เล่นที่ยืนรอบอล เขาควรเพิ่มการตัดหลัง การเล่น handoff และการบุกจากจังหวะที่สอง เพื่อให้กลุ่มฟอร์เวิร์ด ใช้ความคล่องตัวได้ ก่อนที่เกมรับคู่แข่งจะตั้งตัวเสร็จ

ชิคาโก บูลส์ควรใช้เงินที่เหลือเพื่อชนะเร็ว หรือซื้ออนาคต?

ชิคาโก บูลส์ควรซื้ออนาคตมากกว่าจ่ายเพื่อชนะเร็ว เพราะแกนทีมยังอยู่ในช่วงประเมินศักยภาพ การทุ่มเงินระยะยาวให้ผู้เล่นระดับกลาง อาจเพิ่มชัยชนะเพียงเล็กน้อย แต่ลดโอกาสเปิดพื้นที่ให้ดาวรุ่ง และทำให้ทีมกลับไปติดอยู่บริเวณท้าย Play-In เหมือนหลายฤดูกาลก่อน

ทางเลือกที่เหมาะกว่าคือ เพิ่มมือชู้ตสัญญาระยะสั้น หรือรับสัญญาที่ทีมอื่นต้องการปล่อย แลกกับสิทธิ์ดราฟต์ ปัจจุบันบูลส์มีผู้เล่นหลักหลายคนในวัยพัฒนา และสามารถสร้างพื้นที่ค่าจ้างเพิ่มเติมได้ ด้วยการตัดสินใจเรื่อง cap hold ของผู้เล่นหมดสัญญา จึงไม่จำเป็นต้องรีบใช้ความยืดหยุ่นทั้งหมด

ฤดูกาล 2026-27 จะตัดสินอะไรเกี่ยวกับโปรเจกต์นี้?

จะตัดสินว่าบูลส์มีแกนสร้างทีมจริง หรือแค่มีดาวรุ่งจำนวนมาก ตัวชี้วัดไม่ใช่แค่จำนวนชัยชนะ แต่รวมถึงพัฒนาการชู้ตของ Wilson และ Swain ความสามารถของ Buzelis ในการรับบทมือสกอร์ การเล่นร่วมกันของ Giddey กับกลุ่มฟอร์เวิร์ด และอันดับเกมรับ ที่ต้องดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดภายใต้ Splitter

สรุป พิมพ์เขียวของ Bulls ชัดขึ้น แต่อนาคตยังไม่แน่นอน

ท้ายที่สุด Chicago Bulls ที่กำลังเริ่มต้นใหม่ ถือว่าสำเร็จในแง่ของทิศทางแล้ว เพราะทีมมีพิมพ์เขียวชัดขึ้น ทั้งการเปลี่ยนฝ่ายบริหาร เลือกดาวรุ่งที่ตรงกับแนวทาง และสร้างทีมรอบผู้เล่นอายุน้อยมากกว่าเดิม แต่ความสำเร็จของโปรเจกต์นี้ ยังตัดสินไม่ได้ จากการเปลี่ยนแปลงเพียงช่วงเดียว

ทำไมชิคาโก บูลส์ถึงใช้เวลานานกว่าจะตัดสินใจรีบิวด์?

เพราะฝ่ายบริหารชุดเดิม ยังเชื่อว่าทีมสามารถแข่งขันเพื่อพื้นที่ Play-In ได้ จึงเลือกประคองแกนผู้เล่น มากกว่ารื้อทีมทันที ผลคือมูลค่าของผู้เล่นบางคนลดลง และชิคาโก บูลส์เริ่มสะสมทรัพย์สินช้ากว่าที่ควร

สิทธิ์ดราฟต์รอบสองจำนวนมากมีประโยชน์กับบูลส์ยังไง?

สิทธิ์รอบสองช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการเทรด มากกว่าจะใช้เลือกผู้เล่นทุกสิทธิ์ บูลส์สามารถรวมสิทธิ์เพื่อขยับอันดับ รับผู้เล่นสัญญาระยะสั้น หรือใช้เป็นของแถมในดีลที่ไม่ต้องเสียแกนดาวรุ่ง

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง